|
กฎข้อบังคับในการเล่นกอล์ฟ โดยสมาคมกอล์ฟแห่งสหรัฐอเมริกาและเดอะ รอยัล แอนด์ แอนเชียน กอล์ฟ คลับ ออฟ เซ็นต์ แอนดรูวส์แปล และเรียบเรียงโดย สิทธิพร โรจนศิริ กรรมการกฎข้อบังคับและมรรยาท สมาคมกอล์ฟแห่งประเทศไทย Member of R&A Referees School 1993 and 1999 ( St. Andrews, Scotland and Member of USGA Slope Rating).
กฎข้อที่ 1 การเล่น
กฎข้อที่ 2 การเล่นแบบแมทช์เพลย์
กฎข้อที่ 3 การเล่นแบบสโตรคเพลย์
กฎข้อที่ 4 ไม้กอล์ฟ
กฎข้อที่ 5 ลูกกอล์ฟ
กฎข้อที่ 6 ผู้เล่น
กฎข้อที่ 7 การฝึกซ้อม
กฎข้อที่ 8 คำปรึกษาและชี้เล่นทาง
กฎข้อที่ 9 การแจ้งจำนวนแต้มที่ทำได้
กฎข้อที่ 10 ลำดับการเล่น
กฎข้อที่ 11 แท่นตั้ง
กฎข้อที่ 12 การค้นหา และ การตรวจสอบลูก
กฎข้อที่ 13 การเล่นตามสภาพที่ลูกอยู่
กฎข้อที่ 14 การตีลูก
กฎข้อที่ 15 การเล่นลูกผิด และการใช้ลูกอื่นแทน
กฎข้อที่ 16 กรีน
กฎข้อที่ 17 คันธง
กฎข้อที่ 18 ลูกที่หยุดอยู่ ถูกทำให้เคลื่อนที่
กฎข้อที่ 19 ลูกที่กำลังเคลื่อนที่ ถูกทำให้เฉไป หรือหยุดลง
กฎข้อที่ 20 การหยิบลูก การดรอปลูก การวางลูกและการเล่นลูกในที่ผิด
กฎข้อที่ 21 การทำความสะอาดูก
กฎข้อที่ 22 ลูกกีดขวาง หรือลูกช่วยเหลือการเล่น
กฎข้อที่ 23 ลูสอิมเพดิเม้นท์
กฎข้อที่ 24 สิ่งกีดขวง
กฎข้อที่ 25 สภาพพื้นผิดปกติ ลูกจมในรอยตก และผิดกรีน
กฎข้อที่ 26 อุปสรรคน้ำ ( รวมถึงอุปสรรคน้ำด้านข้าง)
กฎข้อที่ 27 ลูกหาย หรือลูกออกนอกเขตสนาม และลูกสำรอง
กฎข้อที่ 28 ลูกที่ไม่สามารถเล่นได้
กฎข้อที่ 29 การเล่นประเภททรีซั่มส์ และโฟร์ซั่มส
กฎข้อที่ 30 การเล่นแบบแมทช์เพลย์ประเภททรีบอล เบสท์บอลและโฟร์บอล
กฎข้อที่ 31 การเล่นประเภทโฟร์บอลแบบสโตรคเพลย์
กฎข้อที่ 32 การแข่งขันประเภท โบกี้ พาร์ สเตเบิ้ลฟอร์ด
กฎข้อที่ 33 คณะกรรมการ
กฎข้อที่ 34 การขัดแย้ง และการตัดสิน
กฎข้อที่ 1 การเล่น
1-1 ทั่วไป
- กีฬากอล์ฟประกอบด้วยการเล่นลูกหนึ่งลูกจากแท่นตั้งทีไปลงหลุมด้วยการตีหนึ่งครั้ง หรือหลาย ครั้งเนื่องกันตามกฏข้อบังคับ
1-2 การทำให้เกิดผลกระทบต่อลูก
- ผู้เล่นหรือแค้ดดี้จะต้องไม่กระทำการใดๆ อันมีผลกระทบต่อตำแหน่ง หรือ การเคลื่อนที่ของลูก เว้นแต่การกระทำภายใต้กฏข้อบังคับเท่านั้น
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฏข้อ 1-2
* การเล่นแบบเมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
* การเล่นแบบสโตรคเพลย์ - ปรับสองแต้ม
หมายเหตุ
- ถ้าละเมิดอย่างร้ายแรง คณะกรรมการอาจปรับโทษให้เป็นตัดสิทธ์ออกจาการแข่งขัน
1-3 การสมยอมเพื่อละเว้นการบังคับใช้กฏข้อบังคับ
- ผู้เล่นจะต้องไม่สมยอมเพื่อละเว้นการปฏิบัติตามกฏ ข้อบังคับใดๆ หรือละเว้นการปรับโทษที่เกิดขึ้น
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฏข้อ 1-3
* การเล่นแบบเมทช์เพลย์ - ตัดสิทธิ์ทั้งสองฝ่ายออกจากการแข่งขัน
* การเล่นแบบสโตรคเพลย์ - ตัดสิทธิ์ผู้เข้าแข่งขันที่เกี่ยวข้องจากการแข่งขัน
1-4 เรื่องที่ไม่ได้ครอบคลุมโดยกฏข้อบังคับนี้
- หากเกิดการขัดแย้งในเรื่องที่ไม่ได้ครอบคลุมโดยกฎข้อบังคับนี้การตัดสิน จะต้องเป็นไปตามหลักความยุติธรรม

กฎข้อที่ 2 การเล่นแบบแมทช์เพลย์
2-1 ผู้ชนะของแต่ละหลุม และการคิดผลการเล่นเป็นหลุม
- แมทช์เพลย์เป็นการแข่งขันแบบนับหลุม ฝ่ายที่ชนะคือฝ่ายที่ตีลูกลงหลุมด้วย จำนวนที่น้อยครั้งกว่า หลุมใดหลุมหนึ่ง ส่วนในแมทช์ที่ใช้แอนดี้แคป (handicap แปลว่า แต้มต่อ) ฝ่ายที่ชนะของหลุมนั้นๆ คือ ฝ่ายที่ทำแต้มสุทธิน้อยกว่า เว้นแต่กฏข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
- การคิดผลการเล่นให้นับโดยใช้คำว่า "นำอยู่กี่หลุม หรือเสมอกันอยู่ และยังเหลืออยู่อีกกี่หลุม
- โดยฝ่ายที่ได้ ดอร์มมี่ (dormmie) คือฝ่ายที่ชนะจำนวนหลุมไปแล้วเท่ากับจำนวนหลุมที่เหลือให้เล่น
2-2 เสมอกันครึ่งหลุม (Halved Hole)
- เมื่อแต่ละฝ่ายเล่นจบหลุมใดหลุมหนึ่งด้วยจำนวนการตีที่เท่ากัน ให้ถือว่าเสมอกัน ในกรณีที่ ผุ้เล่นคนหนึ่งเล่นจบหลุมไปแล้วและโดนปรับโทษ โดยฝ่ายตรงข้ามยังต้องเล่นเพื่อเสมอกัน ให้ถือว่าเสมอกันในหลุมนั้น
2-3 ผู้ชนะแมทช์
- แมทช์ประกอบด้วยรอบที่กำหนด เว้นแต่ว่าคณะกรรมการประกาศไว้เป็นอย่างอื่น ฝ่ายที่ชนะคือ ฝ่ายที่ชนะด้วยจำนวนหลุมที่มากกว่าจำนวนหลุมที่เหลือที่จะต้องเล่น ในกรณีที่ยังเสมอกัน คณะกรรมการอาจขยายรอบที่กำหนดออกไปอีกกี่หลุมก็ได้ที่จำเป็น เพื่อให้แมทช์ปรากฏผลแพ้ชนะ
2-4 การยอมแพ้ แต้มต่อไป หลุม หรือแมทช์
- เมื่อลูกของฝ่ายตรงข้ามหยุดอยู่ ผู้เล่นอาจยินยอมให้ฝ่ายตรงข้ามไม่ต้องเล่นต่อ และถือว่า ฝ่ายตรงข้ามได้ เล่นจบหลุมนั้นๆแล้ว และอาจจะนำลูกออกไปโดยฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ด้วยไม้กอล์ฟหรือวิธีอื่น
- ผู้เล่นอาจจะขอยอมแพ้ในหลุมใดหลุมหนึ่งก่อนสิ้นสุดการเล่นหลุมนั้น หรือขอยอมแพ้แมทช์ เมื่อใดก็ได้ ก่อนสิ้นสุดการเล่นแมทช์ และผู้เล่นไม่อาจสิ้นสุดการเล่นแมทช์หรือเพิกถอน การยินยอมให้แต้มหรือ ให้ชนะในหลุมใด หรือยอมแพ้การเล่นแมทช์ไปแล้ว
2-5 การอ้างสิทธิ์
- ถ้ามีข้อสงสัยหรือมีข้อขัดแย้งระหว่างผู้เล่นในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ และไม่มีผู้แทนที่ได้รับ การแต่งตั้ง โดยคณะกรรมการอยู่ในที่นั้นในเวลาอันควร ผู้เล่นจะต้องเล่นต่อไปโดยไม่ชักช้า การอ้างสิทธิ์ใดๆก็ตาม ที่จะให้คณะกรรมการพิจารณา ต้องกระทำก่อนผู้เล่นฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดเล่น บนแท่นตั้งทีของหลุมต่อไป หรือในกรณีที่เล่นหลุมสุดท้ายจะต้องกระทำก่อนที่ผู้เล่นทุกคน เดินลงจากกรีน
- การอ้างสิทธิ์ในภายหลังจะต้องไม่ได้รับการพิจารณา เว้นแต่ว่าการอ้างสิทธิ์นั้นเกิดจาก ความเป็นจริงที่ผู้ อ้างสิทธิ์ไม่ได้ทราบมาก่อน และผู้อ้างสิทธิ์ได้รับข้อมูลผิดพลาดจากฝ่ายตรงข้าม ไม่ว่ากรณีใดๆก็ตาม การอ้างสิทธิ์ภายหลังจากการประกาศผลของแมทช์อย่างเป็นทางการแล้ว จะไม่ได้รับการพิจารณา นอก จากว่าคณะกรรมการได้รับการชี้แจงจนเป็นที่พอใจ ว่าฝ่ายตรงข้าม ได้รู้ว่าตนบอกข้อมูลผิดพลาด
2-6 การปรับโทษทั่วไป
- การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฏข้อบังคับในการเล่นแมทช์เพลย์ คือปรับผู้เล่นเป้นแพ้ในหลุมที่เล่น เว้นแต่กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
กฎข้อที่ 3 การเล่นแบบสโตรคเพลย์
3-1 ผู้ชนะ
- เมื่อเล่นครบรอบ หรือเล่นครบหลายๆรอบที่กำหนด ผู้เข้าแข่งขันที่ทำแต้มได้จากการตีจำนวน น้อยครั้งที่สุดคือผู้ชนะ
3-2 การไม่เล่นลูกให้จบหลุม
- ถ้าผู้เข้าแข่งขันไม่เล่นลูกจนจบลงในหลุมใดก็ตามและไม่แก้ไขความผิดพลาดก่อนการตีบนแท่น ตั้งทีของหลุมต่อไป หรือก่อนลงจากกรีนของหลุมสุดท้ายของรอบที่เล่น ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกตัด สิทธิ์ออกจากการแข่งขัน
3-3 ข้อสงสัยในการปฏิบัติตามขั้นตอน
ก. การปฏิบัติตามขั้นตอน
ในสโตรคเพลย์เท่านั้น เมื่อผู้เข้าแข่งขันเกิดความสงสัยต่อสิทธิ์ของตน หรือมีความสงสัยในการปฏิบัติตามขั้นตอนของกฎข้อบังคับ ระหว่างอยู่ในการเล่นในหลุมใดหลุมหนึ่ง ผู้เข้าแข่งขันอาจใช้ลูกที่สอง เล่นได้อีกหนึ่งลูกโดยไม่มีการปรับโทษ หลังจากเกิดสภาพที่ทำให้มีข้อสงสัยเกิดขึ้น และก่อนที่จะกระทำการใดๆต่อไป ผู้เข้าแข่งควรแจ้งมาร์คเกอร์ หรือผู้ร่วมแข่งขัน ในการตัดสินใจที่จะนำกฎข้อนี้มาใช้ และควรแจ้งว่า จะใช้ลูกใดนับแต้มถ้าการปฏิบัติของลูกนั้นถูกต้องตามกฎข้อบังคับ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องรายงานความเป็นจริงต่อคณะกรรมการก่อนส่งสกอร์การ์ด นอกจากแต้มของทั้งสองลูกมีจำนวนเท่ากัน และถ้าไม่ปฏิบัติตามนี้ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
ข. การกำหนดแต้มของหลุม
ถ้าลูกที่เลือกไว้ล่วงหน้าโดยผู้เข้าแข่งขัน ได้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎข้อบังคับ แต้มของลูกที่เลือกไว้จะต้องเป็นแต้มจริงของหลุมนั้น ถ้าผู้เข้าแข่งขันไม่แจ้งล่วงหน้า ในการตัดสินใจที่จะนำกฎข้อนี้มาใช้ หรือไม่แจ้งล่วงหน้าในการเลือกลูกใดลูกหนึ่งของตน จะต้องนับแต้มของลูกเดิม หรือถ้าลูกเดิมไม่ใช่หนึ่งในสองลูกที่กำลังใช้เล่น ลูกแรกที่นำมาใช้เล่นจะต้องนับเป็นแต้มของหลุมนั้น การนับในสองกรณีดังกล่าว จะต้องนับลูกที่เป็นตามกฎข้อบังคับที่อนุญาตให้ปฏิบัติได้สำหรับการเล่นลูกนั้นๆ
หมายเหตุ 1 ถ้าผู้เข้าแข่งขันเล่นลูกที่สอง ไม่นับแต้มปรับโทษที่เกิดขึ้นเฉพาะการเล่นลูกที่ใช้กฎข้อบังคับตัดสินไปแล้ว และจะต้องไม่คำนึงถึงแต้มที่ทำได้ภายหลังด้วยลูกนั้น
หมายเหตุ 2 ลูกที่สองใช้เล่นตามกฎข้อ 3-3 นี้ ไม่ใช่เป็นลูกสำรองภายใต้กฎข้อ 27-2
3-4. การปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ
ถ้าผู้เข้าแข่งขันปฏิเสธการปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ และไปกระทบต่อสิทธิ์ของผู้เข้าแข่งขันอีกคนหนึ่ง ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
3-5. การปรับโทษทั่วไป
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อบังคับในสโตรคเพลย์คือ ปรับสองแต้ม ยกเว้นเมื่อมีการกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น
กฎข้อที่ 4 ไม้กอล์ฟ
หากผู้เล่นสงสัยว่าไม้กอล์ฟอันใดจะสอดคล้องกับกฎข้อบังคับหรือไม่ควรปรึกษา กับเดอะ รอแยล แอนด์ เอนเชี่ยน กอล์ฟคลับ ออฟ เซนต์ แอนดรูวส์
ผู้ผลิตควรส่งตัวอย่างไม้กอล์ฟที่จะทำการผลิตไปยัง เดอะ รอแยล แอนด์เอเชี่ยน กอล์ฟคลับ ออฟ เซนต์ แอนดรูวส์ เพื่อวินิจฉัยว่าไม้กอล์ฟนั้นเป็น ไม้ที่มีคุณลักษณะสอดคล้อง กับกฎข้อบังคับหรือไม่ถ้าผู้ผลิตไม่ส่งตัวอย่างก่อนทำการผลิต และ/หรือก่อนการทำตลาด ให้ถือว่าเป็นการเสี่ยงต่อการวินิจฉัย ว่าไม้กอล์ฟนั้นๆไม่เป็นไปตามกฎข้อบังคับ ตัวอย่างใดก็ตามที่ส่งมา จะตกเป็นสมบัติของ เดอะ รอแยล แอนด์ เอนเชี่ยน กอล์ฟ คลับ ออฟ เซนต์ แอนดรูวส์ เพื่อจุดประสงค์ในการอ้างอิงต่อไป
4-1. รูปแบบ และการทำไม้กอล์ฟ
ก. ทั่วไป
- ไม้กอล์ฟของผู้เล่นจะต้องสอดคล้องกับกฎข้อบังคับ ข้อกำหนด ข้อมูลจำเพาะ และการแปลความ หมายต่างๆดังที่กำหนดไว้ในภาคผนวก 2
ข. การสึกหรอ และการดัดแปลง
- ไม้กอล์ฟถือว่าสอดคล้องกับกฎข้อบังคับ ตั้งแต่ยังใหม่อยู่จนถึงสึกหรอจากการเล่นตามปกติและหาก ส่วนหนึ่งส่วนใดของไม้กอล์ฟได้รับการแก้ไขโดยเจตนา ให้ถือเสมือนว่าเป็นไม้กอล์ฟอันใหม่และสภาพ ของไม้ที่ได้รับการแก้ไขนั้น ต้องสอดคล้องกับกฎข้อบังคับ
4-2. ลักษณะการเล่นที่เปลี่ยนไป และวัสดุแปลกปลอม
ก. ลักษณะการเล่นที่เปลี่ยนไป
- ระหว่างรอบที่กำหนด ลักษณะต่างๆในการเล่นของไม้ที่ใช้เล่นจะต้องไม่ถูกเปลี่ยนแปลงไปโดยเจตนาด้วยการปรับแต่ง หรือ ด้วยวิธีอื่นด้วย
ข. วัสดุแปลกปลอม
- ต้องไม่ใช้วัสดุแปลกปลอมติดกับหน้าไม้ เพื่อจุดประสงค์ในการทำให้เกิดผลต่อการเคลื่อนที่ของลูก การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 4-1 หรือ 4-2
- ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
กฎข้อที่ 5 ลูกกอล์ฟ
5-1. ทั่วไป
- ผู้เล่นจะต้องใช้ลูกกอล์ฟที่สอดคล้องกับข้อกำหนดจำเพาะในภาคผนวก 3
หมายเหตุ
- คณะกรรมการอาจกำหนดเงื่อนไขที่ใช้ในการแข่งขัน (กฎข้อ 33-1) ว่าลูกที่ผู้เล่นใช้ ต้องมีชื่ออยู่ ในบัญชีรายชื่อลูกกอล์ฟ และสอดคล้องกับลูกกอล์ฟที่ระบุโดย เดอะ รอแยล แอนด์ เอนเชี่ยน กอล์ฟคลับ ออฟ เซนต์ แอนดรูวส์ ฉบับปัจจุบัน
5-2. วัสดุ แปลกปลอม
- ต้องไม่ใช้วัสดุแปลกปลอมติดกับลูก เพื่อจุดประสงค์ที่จะเปลี่ยนลักษณะการเล่น การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 5-1 หรือข้อ 5-2
- ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
5-3. ลูกไม่เหมาะที่จะใช้เล่น
- ถ้ามองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าลูกมีรอยแตก รอยร้าว หรือผิดรูปร่าง จึงจะถือว่าเป็นลูกไม่เหมาะที่จะ ใช้เล่น ส่วนลูกที่มีโคลนหรือวัสดุอื่นติดอยู่ มีรอยขีด หรือมีรอยครูดที่ผิวเปลือก หรือสีกะเทาะ หรือสี จางไป ไม่ถือว่าเป็นลูกไม่เหมาะที่จะใช้เล่น ถ้าผู้เล่นมีเหตุผลที่เชื่อได้ว่าลูกของตนเป็นลูกไม่เหมาะที่จะ ใช้เล่นในระหว่างที่กำลังเล่นอยู่ในหลุมนั้น ผู้เล่นอาจหยิบลูกขึ้นมาเพื่อตรวจสอบดูว่าเป็นลูกไม่เหมาะ ที่จะใช้เล่นต่อหรือไม่ โดยไม่มีการปรับโทษใดๆ ก่อนหยิบลูกผู้เล่นต้องประกาศเจตนาของตนต่อฝ่าย ตรงข้ามในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ หรือมาร์คเกอร์ของตน หรือผู้ร่วมแข่งขันในสโตรคเพลย์ และ มาร์คตำแหน่ง ลูก แล้วผู้เล่นอาจหยิบลูกขึ้นมา และตรวจสอบลูกโดยไม่ทำความสะอาดลูก และต้องให้ โอกาสฝ่ายตรงข้าม มาร์คเกอร์หรือผู้ร่วมแข่งขันได้ร่วมตรวจสอบลูก ด้วย ถ้าไม่ปฏิบัติตามขั้นตอนนี้ ผู้เล่นจะต้องถูกโทษปรับหนึ่งแต้ม ถ้าเห็นว่าเป็นลูกไม่เหมาะที่จะใช้เล่นระหว่างการเล่นในหลุมที่กำลัง เล่นอยู่ ผู้เล่นอาจนำลูกอีกลูกหนึ่งมาใช้แทนได้ โดยวางไว้แทนที่ตรงจุดที่ลูกเดิมอยู่ หรือมิฉะนั้นจะ ต้องวางลูกเดิมไว้ที่เดิม ถ้าผลจากการตี ทำให้ลูกแตกเป็นชิ้นจะต้องยกเลิกการตีโดยไม่มีการปรับโทษ และผู้เล่นจะต้องเล่นลูกใหม่จากจุดที่ใกล้ที่สุดจากจุดเดิมที่เล่นลูกไปครั้งสุดท้าย ( ดูกฎข้อ 20-5) การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 5-3
* การเล่นแบบแมทช์เพลย์ ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
* การเล่นแบบสโตรคเพลย์ - ปรับสองแต้ม
- ถ้าผู้เล่นถูกปรับโทษทั่วไปสำหรับการละเมิดกฎข้อ 5-3 แล้ว จะต้องไม่นำกฎข้อบังคับอื่นมาใช้ใน การปรับโทษเพิ่มอีก
หมายเหต
ุ - ในการโต้แย้งการอ้างสิทธิ์สำหรับลูกไม่เหมาะที่จะใช้เล่น ฝ่ายตรงข้าม มาร์คเกอร์ หรือผู้ร่วม แข่งขันจะต้องทำก่อนที่ผู้เล่นจะเล่นอีก ลูกหนึ่ง ( การทำความสะอาดลูกที่หยิบขึ้นมาจากกรีนหรือภาย ใต้กฎข้ออื่น - ดูกฎข้อ 21)
กฎข้อที่ 6 ผู้เล่น
นิยามศัพท์
มาร์เกอร์ หมายถึง
- ผู้ซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งให้เป็นผู้จดแต้มของผู้เข้าแข่งขันในการเล่นแบบสโตรคเพลย์มาร์เกอร์ อาจจะเป็นผู้ร่วมแข่งขัน แต่ไม่ใช่เป็นผู้ตัดสิน
6-1. กฎข้อบังคับ และเงื่อนไขการแข่งขัน
- การรับรู้กฎข้อบังคับ และเงื่อนไขต่างๆที่ใช้ในการแข่งขัน เป็นความรับผิดชอบของผู้เล่น
( กฎข้อ 33-1)
6-2. แฮนดี้แคป
ก. การเล่นแบบแมทช์เพลย์
- ก่อนเริ่มแมทช์แข่งขันที่ใช้แฮนดี้แคป ผู้เล่นทุกคนควรยืนยันแฮนดี้แคปของตนถ้าผู้เล่นเริ่มแมทช์ แข่งขันโดยแจ้งแฮนดี้แคปที่สูงกว่าที่เป็นจริง และส่งผลต่อจำนวนแต้ม ที่ได้ให้ หรือได้รับ ผู้เล่นจะถูก ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน หรือมิฉะนั้นผู้เล่นจะต้องเล่นไปตามแฮนดี้แคปที่แจ้งไว้
ข. การเล่นแบบสโตรคเพลย์
- ในรอบการแข่งขันที่ใช้แฮนดี้แคปผู้เข้าแข่งขันจะต้องตรวจสอบว่าสกอร์บาร์ได้ระบุแฮนดี้แคป ของตนให้เรียบร้อย ก่อนนำส่งคืนคณะกรรมการ ถ้าส่งคืนโดยไม่มีแฮนดี้แคป ปรากฎอยู่ในสกอร์บาร์ หรือถ้าแฮนดี้แคปที่จดลงไปนั้นสูงกว่าที่มีสิทธิ์ได้รับ ส่งผลกระทบต่อจำนวนแต้มที่ได้รับ ผู้เล่นจะต้อง ถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันที่ใช้แฮนดี้แคปนั้น หรือมิฉะนั้น แต้มที่เล่นได้จะต้องเป็นไปตามนั้น
หมายเหตุ
- เป็นความรับผิดชอบของผู้เล่นซึ่งต้องรู้ว่าตนจะให้แฮนดี้แคป ฝ่ายตรงข้าม หรือได้รับแฮนดี้แคปที่หลุมใด
6-3. เวลาเริ่มแข่งขัน และกลุ่มแข่งขัน
ก. เวลาเริ่มแข่งขัน
- ผู้เล่นจะต้องเริ่มเล่นตามเวลาที่คณะกรรมการกำหนด
ข. กลุ่มแข่งขัน
- ในการเล่นแบบสโตรคเพลย์ผู้เข้าแข่งขันจะต้องเล่นตามกลุ่มที่คณะกรรมการจัดไว้โดยตลอด เว้นแต่คณะกรรมการอนุญาต หรืออนุมัติให้มีการเปลี่ยนแปลง
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 6-3
- ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน (การเล่นประเภทเบสท์บอล และประเภทโฟร์บอล ดูกฎข้อ 30-3 ก และ31-2)
หมายเหตุ
- คณะกรรมการอาจกำหนดไว้ในเงื่อนไขที่ใช้ในการแข่งขัน (กฎข้อ 33-1) ว่า ถ้าผู้เล่นมาถึงจุดที่เริ่ม การแข่งขัน พร้อมเล่นภายในห้านาทีหลังเวลาเริ่มแข่งขันของตนหากมีเหตุอันควร ที่เชื่อถือได้จาก สภาพเหตุการณ์ที่มาล่าช้าที่อาจจะละเว้นการปรับโทษตัดสิทธจากการแข่งขัน ตามที่กำหนดไว้ในกฎ ข้อ 33-7 ให้ปรับโทษที่ไม่มาเริ่มเล่นตามเวลาคือ ปรับเป็นแพ้ที่หลุมแรกในการแข่งขันแบบแมทช์เพลย์ หรือปรับสองแต้มที่หลุมแรกในการ เล่นแบบสโตรคเพลย์แทนการตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
กฎข้อที่ 7 การฝึกซ้อม
สนาม
- หมายถึง บริเวณพื้นที่ภายในทั้งหมดที่อนุญาตให้เล่น (ดูกฎข้อ 33-2)
7-1. ก่อน หรือระหว่างรอบต่างๆ
ก. การเล่นแบบแมทช์เพลย์
- ในวันที่ทำการแข่งขันแบบแมทช์เพลย์ ก่อนรอบการแข่งขัน ผู้เล่นอาจฝึกซ้อมในสนามที่ใช้ทำการ แข่งขันได้
ข. การเล่นแบบสโตรคเพลย์
- ในวันที่ทำการแข่งขันแบบสโตรคเพลย์ หรือในการเพลย์ออฟ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องไม่ฝึกซ้อมใน สนามที่ใช้แข่งขัน หรือทดสอบสภาพผิวกรีนใดๆ ในสนามก่อนรอบการแข่งขันหรือก่อนการ เพลย์ออฟ เมื่อมีการแข่งขันแบบสโตรคเพลย์มากกว่าสอง หรือสามรอบในหลายวันติดต่อกันผู้เข้า แข่งขันจะต้องไม่ฝึกซ้อม หรือทดสอบสภาพผิวกรีนใดๆในสนามที่ใช้ทำการแข่งขัน หรือรอบต่างๆ ที่ยังเหลือสำหรับทำการแข่งขันต่อไป
ข้อยกเว้น:
- อนุญาตให้ซ้อมพัต หรือซ้อมชิพใกล้กับแท่นตั้งทีของหลุมแรกก่อนเริ่มรอบการแข่งขัน หรือก่อน เพลย์ออฟได้
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 7-1 ข.
- ตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
หมายเหตุ
- คณะกรรมการอาจกำหนดในเงื่อนไขที่ใช้ในการแข่งขัน (กฎข้อ 33-1) ห้ามทำการฝึกซ้อมในสนาม ที่ใช้ทำการแข่งขัน ในวันใดวันหนึ่งสำหรับการแข่งขันแบบแมทช์เพลย์ หรือในการแข่งขันแบบ สโตรคเพลย์ อาจอนุญาตให้ฝึกซ้อมในสนามที่ใช้ทำการ แข่งขัน หรือในส่วนใดของสนาม (กฎข้อ 33-2 ค) ในวันใดวันหนึ่ง หรือในระหว่างรอบหลายรอบก็ได้
7-2. ระหว่างรอบการแข่งขัน
- ผู้เล่นจะต้องไม่ซ้อมตีลูกขณะเล่นอยู่ในแต่ละหลุม หรือระหว่างการเล่นต่อกันของสองหลุม เว้นแต่ว่า ระหว่างการเล่นต่อกันของหลุมนั้น ผู้เล่นอาจจะซ้อมพัต หรือซ้อมชิพบน หรือใกล้กับกรีนของหลุมที่ เล่นจบไป หรือบนกรีนซ้อม หรือบนแท่นตั้งที่ของหลุมที่จะเล่นต่อไปในรอบนั้น ทั้งนี้ภายใต้เงื่อนไขว่า ต้องไม่ฝึกซ้อมตีลูกออกจากเขตอุปสรรค และไม่ทำให้ความเกิดล่าช้าในการเล่น (กฎข้อ 6-7) การตีลูก เพื่อเล่นต่อให้จบหลุม ถึงแม้ว่าจะรู้ผล ตัดสินแล้ว ไม่ถือเป็นการซ้อมตีลูก
ข้อยกเว้น
- เมื่อคณะกรรมการได้สั่งให้หยุดการเล่นชั่วคราว ก่อนจะกลับเข้าไปเล่นต่อผู้เล่นอาจฝึกซ้อม
( ก) ตามที่ได้กำหนดไว้ในกฎข้อนี้
( ข) ในที่อื่นที่ไม่ใช่สนามที่ใช้ทำการแข่งขัน และ
( ค) ตามที่คณะกรรมการอนุญาตให้กระทำได้
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 7-2
* การเล่นแบบแมทช์เพลย์ ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
* การเล่นแบบสโตรคเพลย์ - ปรับสองแต้ม
ในกรณีที่มีการละเมิดกฎข้อบังคับระหว่างช่วงต่อเนื่องของหลุม ให้ปรับโทษที่หลุมต่อไป
หมายเหตุ
- 1 การซ้อมสวิงไม่ใช่เป็นการซ้อมตีลูก และอาจจะทำในที่ใดๆก็ได้ แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่ละเมิดกฎ ข้อบังคับ
- 2 คณะกรรมการอาจห้ามการซ้อมบนกรีน หรืออาจห้ามซ้อมใกล้กับกรีนของหลุมที่เล่นจบไปแล้วก็ได้
กฎข้อที่ 8 คำปรึกษาและชี้เล่นทาง
คำปรึกษา
- หมายถึง คำตักเตือน หรือคำแนะนำซึ่งสามารถส่งผลให้ผู้เล่นนำไปกำหนดการเล่น เช่น การเลือกใช้ ไม้กอล์ฟ หรือวิธีการตี การบอกล่าวเรื่องกฎข้อบังคับ หรือข้อมูลซึ่งเป็นที่เปิดเผยทั่วไป เช่น ตำแหน่ง อุปสรรค หรือตำแหน่งคันธงบนกรีน ไม่ถือว่าเป็นคำปรึกษา
เส้นทางเล่น
- หมายถึง ทิศทางที่ผู้เล่นต้องการตีลูกของตนไป บวกกับระยะด้านข้างพอสมควรทั้งสองข้างของ ทิศทางนั้น เส้นทางเล่นขยายต่อเนื่องขึ้น ในแนวตั้งฉากจากพื้น แต่เส้นทางเล่นไม่ต่อเนื่องเลยหลุม
8-1. คำปรึกษา
- ในระหว่างรอบที่กำหนด ผู้ล่นจะต้องไม่ให้คำปรึกษาแก่ผู้ใดในการแข่งขัน ยกเว้นพาร์ทเน่อร์ของ ตนผู้เล่นอาจจะขอคำปรึกษาจากพาร์ทเน่อร์ หรือ แค็ดดี้ของตน และแคดดี้ของพาร์ทเน่อร์ได้เท่านั้น
8-2. การชี้เส้นทางเล่น
ก. ในที่อื่นนอกจากบนกรีน ยกเว้นบนกรีน
- ผู้เล่นอาจให้ผู้หนึ่งผู้ใดชี้เส้นทางเล่นได้ แต่จะต้องไม่มีผู้ใดยืนอยู่ใกล้กับผู้เล่นหรืออยู่ใกล้เส้นทาง เล่น หรืออยู่ใกล้เส้นทางที่ต่อเนื่องเลยหลุมออกไป ในขณะผู้เล่นกำลังทำการตี ถ้ามีเครื่องหมายใด วางไว้โดยผู้เล่นระหว่างการเล่นในหลุมใดหลุมหนึ่ง หรือผู้เล่นรับรู้ว่าเป็นสิ่งบ่งชี้เส้นทางเล่น จะต้องนำ ออกไปก่อนตีลูก
ข้อยกเว้น : การเฝ้าคันธง หรือการยกคันธงไว้ ดูกฎข้อ 17-1
ข. บนกรีน
- เมื่อลูกของผู้เล่นอยู่บนกรีน ผู้เล่น หรือแค็ดดี้ของตน หรือพาร์ทเน่อร์ หรือแคดดี้ของพาร์ทเน่อร์ อาจ ชี้เส้นทางพัตให้แก่กันได้ แต่ไม่ใช่ระหว่างการพัต (การตี) และการกระทำดังกล่าวจะต้องไม่ไปสัมผัส กรีนและจะต้องไม่วางเครื่องหมายในที่หนึ่งที่ใดเพื่อเป็นการชี้เส้นทางพัต
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎ
* การเล่นแบบแมทช์เพลย์ ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
* การเล่นแบบสโตรคเพลย์ - ปรับสองแต้ม
หมายเหตุ
- คณะกรรมการอาจกำหนดเงื่อนไขในการแข่งขันประเภททีม (กฎข้อ 33-1) โดยอนุญาตให้แต่ละทีม แต่งตั้งบุคคลผู้หนึ่งซึ่งอาจจะ ให้คำปรึกษา ( รวมถึงการชี้เส้นทางพัต) แก่สมาชิกในทีมนั้นๆได้ คณะ กรรมการอาจกำหนดเงื่อนไขต่างๆเกี่ยวกับการแต่งตั้ง และขอบเขต ที่อนุญาตให้ปฏิบัติหน้าที่ของบุคคล ผู้นั้น และต้องแสดงตัวต่อคณะกรรมการก่อนให้คำปรึกษา
กฎข้อที่ 9 การแจ้งจำนวนแต้มที่ทำได้
สนาม
- หมายถึง บริเวณพื้นที่ภายในทั้งหมดที่อนุญาตให้เล่น (ดูกฎข้อ 33-2)
9-1 ทั่วไป
- จำนวนการตีที่ผู้เล่นทำได้ จะต้องรวมแต้มปรับโทษใดๆที่เกิดขึ้นด้วย
9-2 การเล่นแบบแมทช์เพลย์
- ผู้เล่นที่ได้ถูกปรับโทษ จะต้องแจ้งให้ฝ่ายตรงข้ามทราบโดยเร็วเท่าที่สามารถทำได้ เว้นแต่ฝ่ายตรง ข้ามได้เห็นอย่างชัดเจนว่า ผู้เล่นได้ปฏิบัติภายใต้กฎข้อบังคับ เมื่อมีการปรับโทษเข้ามาเกี่ยวข้องถ้าผู้ เล่นละเลยที่จะแจ้งฝ่ายตรงข้าม ถึงแม้ไม่รู้ตัวว่าต้องถูกปรับโทษ จะต้องถือว่าเป็นการแจ้งแต้มผิด ระหว่างการเล่นในหลุมใดหลุมหนึ่งหรือหลังจากเล่นจบหลุมใดหลุมหนึ่งไปแล้วฝ่ายตรงข้ามมีสิทธิ์สอบ ถามจากผู้เล่น เพื่อให้แน่ใจ กับจำนวนแต้มของหลุมที่เล่นไปแล้ว ระหว่างการเล่นในหลุมใดหลุมหนึ่ง ถ้าผู้เล่นแจ้ง หรือถือว่าผู้เล่นแจ้งจำนวนแต้มที่ได้ทำผิดพลาด หากมีการแก้ไขความผิดพลาดนั้นให้ถูก ต้องก่อนฝ่ายตรงข้ามตีครั้งต่อไป ผู้เล่นจะไม่ถูกปรับโทษ ถ้าผู้เล่นไม่แก้ไขการแจ้งข้อผิดพลาดนั้นให้ถูก ต้อง ผู้เล่นจะต้องถูกปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น หลังจากการเล่นจบหลุมใดหลุมหนึ่งแล้ว ถ้าผู้เล่นแจ้งหรือถือ ว่าผู้เล่นได้แจ้งจำนวนแต้มที่ทำได้ในหลุมที่เพิ่งเล่นจบไปแล้วนั้นผิดพลาดไป และมีผลกระทบต่อความ เข้าใจของฝ่ายตรงข้ามต่อผลการเล่นของหลุมนั้น ถ้าผู้เล่นแก้ไขความผิดพลาดให้ถูกต้อง ก่อนผู้เล่นคน หนึ่งคนใดเล่นจากแท่นตั้งทีของหลุมต่อไป หรือในกรณ้ฃีหลุมสุดท้ายของการเล่นแมทช์เพลย์ก่อนที่ผู้ เล่นทั้งหมดจะลงจากกรีน ผู้เล่นจะไม่ถูกปรับโทษถ้าผู้เล่นไม่แก้ไขการแจ้งผิดพลาดนั้น ผู้เล่นจะต้องถูก ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
9-3 การเล่นแบบสโตรคเพลย์
- ผู้เข้าแข่งขันที่ได้ถูกปรับโทษ ควรแจ้งมาร์คเกอร์ของตยให้ทราบโดยเร็วเที่สามารถทำได

กฎข้อที่ 10 ลำดับการเล่น
- ผู้เล่นที่ได้เกียรติเล่นจากแท่นตั้งทีเป็นคนแรก เรียกว่าได้ ออนเนอร์
10-1 การเล่นแบบแมทช์เพลย์
ก. บนแท่นตั้งที
- ฝ่ายที่ต้องได้ออนเนอร์บนแท่นตั้งทีของหลุมแรก จะถูกกำหนดจากลำดับของการแบ่งกลุ่ม ถ้าไม่มีการแบ่งกลุ่มไว้ล่วงหน้า ควรตัดสินการได้ออนเนอร์ด้วยการจับฉลาก ฝ่ายที่ชนะในหลุมใด จะต้องได้ออนเนอร์บนแท่นตั้งทีของหลุมต่อไป ถ้าเสมอกันในหลุมใด ฝ่ายที่ได้ออนเนอร์บนแท่นตั้งทีของหลุมก่อนหน้านั้น ยังคงต้องอออนเนอร์สืบต่อไป
ข. นอกแท่นตั้งที
- เมื่อลูกทั้งหมดอยู่ในการเล่น ลูกที่อยู่ไกลหลุมกว่าจะต้องได้เล่นก่อน ถ้าลูกอยู่ห่างจากหลุมระยะเท่ากัน ควรตัดสินว่าลูกใดได้เล่นก่อนด้วยการจับฉลาก
ข้อยกเว้น กฎข้อ 30-3 ค. ( ประเภทเบสท์บอลและ แฟร์บอลแบบแมทช์เพลย์ )
ค. การเล่นผิดลำดับ
- ถ้าผู้เล่นตีลูกเมื่อฝ่ายตรงข้ามอาจจะขอใฝห้ยกเลกการตีทันทีและให้เล่นตามลำดับที่ถูกต้องจากจุดที่ใกล้ที่สุด จากจุดเดิมที่เล่นลูกครั้งสุดท้าย (ดูกฏข้อที่ 20-5 ) โดยไม่มีการปรับโทษ
10-2 การเล่นแบบสโตรคเพลย์
ก. บนแท่นตั้งที
- ผู้เข้าแข่งขัน ทีจะต้องได้ออนเนอร์บนแท่นตั้งทีของหลุมแรก จะถูกกำหนดจากลำดับของการแบ่งกลุ่ม หากไมีฃ่มีการแบ้งกลุ่มไว้ ก็ให้ตัดสินด้วยการจับฉลาก ผู้เข้าแข่งขันที่ทำแต้มน้อยที่สุดในหลุมใดหลุมหนึ่ง จะต้องได้ออนเนอร์ในหลุมถัดไป ส่วนผู้แข่งขันที่ทำแต้มได้น้อยที่สุดอันดับสองจะต้องเล่นเป็นคนถัดไปตรมลำดับ ถ้าผู้เข้าแข่งขันสองคนหรือมากกว่านั้นทำแต้มเท่ากันในหลุมใดหลุมหนึ่ง จะต้องเล่นจากแท่นตั้งทีของหลุมต่อไปตามลำดับของการเล่นบนแท่นตั้งทีของหลุมก่อนหน้านั้น
ข. นอกแท่นตั้งที
- เมื่อลูกทั้งหมดอยู่ในการเล่น ลูกที่อยู่ไกลจากหลุมมากที่สุดจะต้องได้เล่นก่อน ถ้าลูกสองลูกหรือมากกว่านั้นอยู่ไกลจากหลุมระยะทางเท่ากัน ให้ตัดสินว่าลูกใดจะได้เล่นก่อนด้วยการจับฉลาก ข้อยกเว้น : กฎข้อ 22 ( ลูกกีดขวาง หรือลูกช่วยเหลือการเล่น) และกฎข้อ 31-5 ( การเล่นประเภทโฟร์บอล แบบสโตรคเพลย์)
ค. เล่นผิดลำดับ
- ถ้าผู้เข้าอข่งขันเล่นผิดลำดับ จะต้องเล่นลูกนั้นต่อไปตามสภาพที่ลูกอยู่โดยที่ไม่มีการปรับโทษ อย่างไรก็ตาม ถ้าคณะกรรมการเห็นว่า ผู้เข้าอข่งขันสมยอมที่จะเล่นตามลำดับอื่นใด นอกเหนือจากที่กำหนดไว้ในข้อ 2 ก ข้อ 2 ข และข้อ 3 ของกฎข้อนี้ แล้วส่งผลให้ผู้หนึ่งผู้ใดเกอดความได้เปรียบ ผู้เข้าแข่งขันที่เกี่ยวข้องทุกคน จะต้องถูกตัดสิทธิ์จากแงขัน (การเล่นลูกขณะอีกลูกหนึ่ง กำลังเคลื่อนที่บนกรีน - ดูกฎข้อ 16-1 ฉ ) (การเล่นผิดลำดับในการเล่นประเภทรีซั่ม และโฟร์ซั่มแบบสโตรคเพลย์) - ดูกฎข้อ 29-3)
10-3 การเล่นลูกสำรองหรือลูกที่สองจากแท่นตั้งที
- ถ้าผู้เล่นจะเล่นลูกสำรอง หรือลูกที่สองจากแท่นตั้งที ูเล่นจะต้องเล่นหลังจากฝ่ายตรงข้าม หรือผู้ร่วมแข่งขันได้ตีลูกแรกไปแล้ว ถ้าผู้เล่นได้เล่นลูกสำรอง หรือลูกที่สองผิดลำดับ จะต้องนำกฎย่นข้อ 1 ค และ 2 ค ของกฎข้อนี่มาใช้บังคับ
10-4 ลูกเคลื่อนที่ระหว่างวัดระยะ
- ถ้าลูกเคลื่อนที่ระหว่างวัดระยะเพื่อกำหนดว่าลูกใดอยู่ไกลจากหลุมมากกกว่ากัน ให้นำลูกมาวางที่เดิมโดยไม่มีการปรับโทษ
กฎข้อที่ 11 แท่นตั้ง
นิยามศัพท์
- ผู้เล่นที่ได้เกียรติเล่นจากแท่นตั้งทีเป็นคนแรก เรียกว่าได้ ออนเนอร์ แท่นตั้งท
- หมายถึง บริเวณที่เริ่มเล่นของหลุมที่จะเล่น เป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมผืนผ้า มีความยาวสองช่วงไม้กอล์ฟจาก หมุดทีด้านหน้า และความกว้างที่กำหนดโดssss ยขอบด้านนอกของหมุดทีทั้งสอง ให้ถือว่าลูกอยู่นอกเขต แท่นตั้งทีเมื่อส่วนของลูกอยู่นอกเขตแท่นตั้งที
11-1 การตั้งที
- ในการเล่นจากแท่นตั้งที ผู้เล่นอาจวางลูกบนพื้นดิน หรือวางลูกบนส่วนของพื้นที่ที่ไม่ราบเรียบ ที่ผู้เล่นทำขึ้นมาจากพื้นดิน หรือตั้งลูกบนที หรือวางลูกตรงกองทราย หรือวางลูกบนวัสดุอื่นเพื่อยกลูกให้ลอยขึ้นเหนือพื้นดิน ผู้เล่นอาจยืนนอกเขตแท่นตั้งทีเพื่อตีลูกในเขตตั้งทีได้
11-2 หมุดท
- ก่อนผู้เล่นตีลูกครั้งแรกจากแท่นตั้งทีของหลุมที่กำลังเล่นอยู่ ให้ถือว่าหมุดทีทั้งสองข้าง เป็นสิ่งติดตรึงอยู่กับที่ ถ้าผู้เล่นเคลื่อนย้าย หรือยินยอมให้เคลื่อนย้ายหมุดทีอันหนึ่ง อันใดเพื่อหลีกเลี่ยงการกีดขวางต่อท่ายืนหรือการกีดขวางต่อพื้นที่ต้งใจสวิง หรือการกีดขวางต่อเส้นทางเล่นของตน ในกรณีนี้ ผู้เล่นจะต้องถูก ปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 13-2
11-3 ลูกตกจากทีตั้งลูก
- ถ้าลูกที่ยังไม่ได้อยู่ในการเล่นตกจากทีตั้งลูก หรือไม้กอล์ฟของผูเล่นกระบลูกตกจากทีตั้งลูกในการจรดลูก ผู้เล่นอาจตั้งลูกบนทีใหม่ได้ โดยไม่มีการปรับโทษ แต่ถ้าได้ทำการตีแล้ว ไม่ว่าลูกเคลื่อนที่หรือไม่ก็ตาม ในกรณีนี้ให้นับแต้ม แต่ไม่ถูกปรับโทษ
11-4 การเล่นนอกแท่นตั้งที
ก. การเล่นแบบแมทช์เพลย์
- ถ้าผู้เล่นเริ่มต้นเล่นลูกในหลุมหนึ่งหลุมใดนอกแท่นตั้งที ฝ่ายตรงข้ามอาจให้ผู้เล่นยกเลิกการตีนั้นทันที และให้ผู้เล่นเล่นลูกภาบยในแท่นตั้งทีใหม่โดยไม่มีการปรับโทษ
ข. การเล่นแบบสโตรคเพลย์
- ถ้าผู้เข้าแข่งขันเริ่มต้นเล่นลูกในหลุมหนึ่งหลุมใดนอกเขตแท่นตั้งที ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกปรับโทษสองแต้ม แล้วจะต้องเล่นใหม่ภายในเขตแท่นตั้งที ถ้าผู้เข้าแข่งขันเล่นลูกจากแท่นตั้งทีของหลุมต่อไปโดยไม่แก้ไขความผิดพลาดของตน หรือในกรณีหลุมสุดท้ายของรอบที่เล่น ผู้เล่นเดินลงจากกรีนโดยไม่ประกาศเจตนาที่จะแก้ไขความผิดพลาดของตน ผู้เล่นจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขันแต้มของผู้เข้าแข่งขันที่เล่นลูกจาก นอกเขตตั้งตีที และแต้มที่เล่นต่อจากนั้น ก่อนการแก้ไขความผิดพลาด ไม่นำไปนับรวมกับแต้มของผู้เล่น
11-5 การเล่นผิดแท่นตั้งที
- ให้ใช้ข้อกำหนดของกฎข้อ 11-4
กฎข้อที่ 12 การค้นหา และ การตรวจสอบลูก
นิยามศัพท์
อุปสรรค
- หมายถึง บังเกอร์หรืออุปสรคน้ำ
บังเกอร์
- หมายถึง อุปสรรคที่ประกอบด้วยพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ มีลักษณะเป็นหลุมที่ได้ขุดเอาหญ้า หรือดินออกไป แล้วนำทรายหรือสิ่งอื่นที่คล้ายกันมาใส่ไว้แทน พื้นที่ที่มีหญ้าที่ปกคลุมพื้นที่โดยรอบอยู่ภายในบังเกอร์ ไม่ถือว่าเป็นส่วนของบังเกอร์ เขตของบังเกอร์ต่อเนื่องลงไปในแนวตั้งฉากจากพื้น แต่ไม่ต่อเนื่องขึ้นข้างบน ลูกที่ถือว่าอยู่ในบังเกอร์ คือลูกที่อยู่ในบังเกอร์ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกสัมผัสบังเกอร์
อุปสรรคน้ำ
- หมายถึง ทะเล ทะเลสาบ บ่อน้ำ แม่น้ำ ร่องน้ำ รางระบายน้ำ หรือเส้นทางน้ำไหลเปิดไปสู่ที่อื่น ( ไม่ว่ามีน้ำอยู่หรือไม่) และสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน พื้นที่ หรือน้ำทั้งหมดภายในเขตอุปสรรคน้ำ เป็นส่วนของอุปสรรคน้ำ ขอบเขตของอุปสรรคน้ำขยายต่อเนื่องในแนวตั้งฉากกับพื้นทั้งขึ้นและลง สำหรับเสาหลัก และเส้นที่ใช้กำหนดเขตอุปสรรคน้ำอยู่ในอุปสรรคน้ำ เสาหลักดังกล่าวเป็นสิ่งกีดขวาง ลูกอยู่ในอุปสรรคต่อเมื่อลูกทั้งลูกอยู่ในอุปสรรคน้ำ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกสัมผัสกับอุปสรรคน้ำ
หมายเหตุ
- 1 ควรกำหนดเขตอุปสรรคน้ำ ( นอกจากอุปสรรคน้ำด้านข้าง) ด้วยหลัก หรือเส้นสีเหลือง
- 2 คณะกรรมการอาจออกกฎสนาม ห้ามเล่นในบริเวณที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่ได้กำหนดไว้ เป็นอุปสรรคน้ำ
12-1 การค้นหาลูก การมองเห็นลูก
- การค้นหาลูกในบริเวณในสนาม ผู้เล่นอาจสัมผัส หรือแหวกหญ้ายาว พงหญ้า พุ่มไม้ ไม้เตี้ยตามทุ่ง หรือไม้พุ่มที่คล้ายกันได้เท่าที่จำเป็นเพื่อค้นหาลูก และตรวจดูลูกของตน แต่มีเงื่อนไขว่าต้องไม่ปรับปรุงสภาพที่ลูกหยุดอยู่ หรือไม่ปรับปรุงพื้นที่ตั้งใจจะสวิง หรือไม่ปรับปรุงเส้นทางเล่นของตน
ผู้เล่นไม่จำเป็นได้สิทธิ์ในการมองเห็นลูกขณะตีลูกของตน ในอุปสรรค หากเชื่อว่าลูกถูกปกคลุมด้วยลูสอิมเพดิเม้นท์ หรือทราย ผู้เล่นอาจเคลื่อนย้ายออก แล้วควานหาดูด้วยคราด หรือด้วยวิธีอื่นเท่าที่ทำให้สามารถมองเห็นส่วนหนึ่งส่วนใดของลูก ถ้าเคลื่อนย้ายสิ่งที่ปกคลุมอยู่ออกมากเกินไป จะไม่มีการปรับโทษ แต่จะต้องนำกลับเข้าไปปกคลุมไว้ดังเดิม เพื่อให้เห็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกเท่านั้น ถ้าลูกเคลื่อนที่จากการเคลื่อนย้ายสิ่งปกคลุมดังกล่าว ไม่มีการปรับโทษ แต่จะต้องนำลูกกลับไปวางไว้ที่เดิม และหากจำเป็นก็ให้ปกคลุมไว้ดังเดิม ให้ดูกฎข้อ 23 เกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายลูสอิมเพดิเม้นท์นอกเขตอุปสรรค
ถ้าลูกที่อยู่ในสภาพพื้นที่ผิดปกติ เคลื่อนที่โดยบังเอิญระหว่างการค้นหา ให้นำลูกกลับไปวางไว้ที่เดิมโดยไม่มีการปรับโทษ เว้นแต่ผู้เล่นเลือกปฏิบัติตามกฎข้อ 25-1 ข และถ้าผู้เล่นนำลูกกลับไปวางไว้ที่เดิมแล้ว ผู้เล่นก็ยังคงปฏิบัติตามกฎข้อ 25-1 ข ถ้าสามารถนำมาใช้ได้
ถ้าเชื่อแน่ว่าลูกอยู่ในน้ำที่เป็นอุปสรรคน้ำ ผู้เล่นอาจจะใช้ไม้กอล์ฟควานหาดู หรือใช้วิธีอื่น หากการทำเช่นนี้ไปทำให้ลูกเคลื่อนที่ ให้วางลูกไว้ที่เดิมโดยไม่มีการปรับโทษ เว้นแต่ผู้เล่นเลือกปฏิบัติตามกฎข้อ 26-1
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 12-1
* การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
* การเล่นแบบสโตรคเพลย์ - ปรับสองแต้ม
12-2 การตรวจสอบลูก
- การเล่นลูกที่ถูกต้องเป็นความรับผิดชอบของผู้เล่น ผู้เล่นแต่ละคนควรทำเครื่องหมายไว้บนลูกของตน ยกเว้นในอุปสรรค ผู้เล่นอาจหยิบลูกที่เชื่อว่าเป็นลูกของตนขึ้นมาเพื่อทำการตรวจสอบดูให้แน่ใจ และทำความสะอาดลูกเท่าที่จำเป็นเพื่อตรวจสอบลูกได้โดยไม่ถูกปรับโทษ ถ้าเป็นลูกของผู้เล่น จะต้องนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม และก่อนหยิบลูกขึ้นมา ผู้เล่นต้องแจ้ง เจตนาของตนต่อฝ่ายตรงข้ามในการเล่น แบบแมทช์เพลย์หรือแจ้งมาร์คเกอร์ หรือผู้ร่วมแข่งขันในการเล่นแบบสโตรคเพลย์ ได้มีโอกาสเฝ้าดูการหยิบลูก และการนำลูกกลับไปวางไว้ที่เดิม ถ้าผู้เล่นหยิบลูกโดยไม่แจ้งเจตนาของตนไว้ล่วงหน้า หรือไม่ทำการมาร์คตำแหน่งลูกหรือไม่ให้ฝ่ายตรงข้าม มาร์คเกอร์ หรือผู้ร่วมแข่งขันได้มีโอกาสเฝ้าดูด้วย หรือถ้าผู้เล่นหยิบลูกของตนเพื่อการตรวจสอบในอุปสรรค หรือไปทำความสะอาดลูกเกินความจำเป็นในการตรวจสอบ
ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม และจะต้องนำลูกกลับไปวางไว้ที่เดิม ถ้าผู้เล่นไม่นำลูกกลับไปวางไว้ที่เดิม ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษ สำหรับการละเมิดกฎข้อ 20-3 ก แต่จะต้องไม่ใช้กฎข้อ 12-2 มาปรับโทษเพิ่มอีก
กฎข้อที่ 13 การเล่นตามสภาพที่ลูกอยู่
อุปสรรค
- หมายถึง บังเกอร์หรืออุปสรรคน้ำ
บังเกอร์
- หมายถึง อุปสรรคที่ประกอบด้วยพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ มีลักษณะเป็นหลุมที่ได้ขุดเอาหญ้า หรือดินออกไป แล้วนำทรายหรือสิ่งอื่นที่คล้ายกันมาใส่ไว้แทน พื้นที่ที่มีหญ้าที่ปกคลุมพื้นที่โดยรอบอยู่ภายในบังเกอร์ ไม่ถือว่าเป็นส่วนของบังเกอร์ เขตของบังเกอร์ต่อเนื่องลงไปในแนวตั้งฉากจากพื้น แต่ไม่ต่อเนื่องขึ้นข้างบน ลูกที่ถือว่าอยู่ในบังเกอร์ คือลูกที่อยู่ในบังเกอร์ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกสัมผัสบังเกอร์
อุปสรรคน้ำ
- หมายถึง ทะเล ทะเลสาบ บ่อน้ำ แม่น้ำ ร่องน้ำ รางระบายน้ำ หรือเส้นทางน้ำไหลเปิดไปสู่ที่อื่น ( ไม่ว่ามีน้ำอยู่หรือไม่) และสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน พื้นที่ หรือน้ำทั้งหมดภายในเขตอุปสรรคน้ำ เป็นส่วนของอุปสรรคน้ำ ขอบเขตของอุปสรรคน้ำขยายต่อเนื่องในแนวตั้งฉากกับพื้นทั้งขึ้นและลง สำหรับเสาหลัก และเส้นที่ใช้กำหนดเขตอุปสรรคน้ำอยู่ในอุปสรรคน้ำ เสาหลักดังกล่าวเป็นสิ่งกีดขวาง ลูกอยู่ในอุปสรรค ต่อเมื่อลูกทั้งลูกอยู่ในอุปสรรคน้ำ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกสัมผัสกับอุปสรรคน้ำ
หมายเหตุ
- 1 ควรกำหนดเขตอุปสรรคน้ำ ( นอกจากอุปสรรคน้ำด้านข้าง) ด้วยหลัก หรือเส้นสีเหลือง
- 2 คณะกรรมการอาจออกกฎสนาม ห้ามเล่นในบริเวณที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่ได้กำหนดไว้
เป็นอุปสรรคน้ำ
เส้นทางเล่น
- หมายถึงทิศทางที่ผู้เล่นต้องการตีให้ลูกของตนไปบวกกับระยะด้านข้างพอควรทั้งสองข้าง ของทิศทางนั้น เส้นทางเล่นขยายต่อเนื่องขึ้นในแนวตั้งฉากกับพื้น แต่เส้นทางเล่นไม่ต่อเนื่องเลยหลุม การยืน
- ประกอบไปด้วย ผู้เล่นได้สืบเท้าทั้งสองเข้าไปยืนอยู่ในตำแหน่งที่เตรียมพร้อมจะตีลูก
13-1 ทั่วไป
- จะต้องเล่นลูกตามสภาพที่ลูกอยู่ เว้นแต่กฎข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น (ลูกที่หยุดอยู่ แล้วเคลื่อนที่ - ดูกฎข้อ 18)
กฎข้อที่ 14 การตีลูก
การตี
- หมายถึง การเคลื่อนไม้กอล์ฟไปข้างหน้า โดยตั้งใจให้กระทบและทำให้ลูกเคลื่อนที่โดยตรง หากผู้เล่นจงใจหยุดการสวิงไม้กอล์ฟลงมาก่อนหัวไม้กอล์ฟถึงลูก ให้ถือว่าผู้เล่นยังไม่ได้ทำการตี
14-1 การตีลูกอย่างถูกวิธี
- ผู้เล่นจะต้องตีลูกอย่างถูกวิธีด้วยหัวของไม้กอล์ฟ และต้องไม่ดัน ไม่ครูด หรือไม่ช้อนลูก
14-2 การช่วยเหลือ
- ในขณะทำการตี ผู้เล่นจะต้อง
ก. ไม่รับการช่วยเหลือทางร่างกาย หรือรับการปกป้องจากสิ่งอื่น หรือ
ข. ไม่อนุญาตให้แคดดี้ หรือพาร์ทเน่อร์ของตน หรือแคดดี้ของพาร์ทเน่อร์ของตนอยู่ในเส้นทางเล่น
หรืออยู่ใกล้กับเส้นทางเล่นที่ต่อเนื่อง หรือเส้นทางพัตด้านหลังลูก
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 14-1 หรือ -2
* การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
* การเล่นแบบสโตรคเพลย์ - ปรับสองแต้ม
14-3 สิ่งประดิษฐ์ และอุปกรณ์พิเศษ
- ถ้าผู้เล่นมีข้อสงสัยว่าการใช้อุปกรณ์ใดอันอาจจะทำให้เกิดการละเมิดกฎข้อ 14-3 หรือไม่ ควรปรึกษา เดอะ รอยัล แอนด์ เอนเชี่ยน กอล์ฟคลับ ออฟ เซนต์ แอนดรูวส์ ผู้ผลิตควรส่งตัวอย่างไม้กอล์ฟที่จะทำการผลิตไปยัง เดอะ รอยัล แอนด์ เอนเชี่ยน กอล์ฟคลับ ออฟ เซนต์ แอนดรูวส์ เพื่อวินิจฉัยว่าไม้กอล์ฟนั้น เมื่อใช้ระหว่างรอบที่กำหนด จะทำให้ผู้เล่นละเมิดกฎข้อ 14-3 หรือไม่ ไม้กอล์ฟดังกล่าวจะตกเป็นสมบัติของ เดอะ รอยัล แอนด์ เอนเชี่ยน กอล์ฟคลับ ออฟ เซนต์ แอนดรูวส์ เพื่อจุดประสงค์ในการอ้างอิงต่อไป ถ้าผู้ผลิตไม่ส่งตัวอย่างก่อนการผลิต และ/หรือก่อนการทำตลาด ให้ถือว่าเป็นการเสี่ยงต่อการวินิจฉัยว่า การใช้ไม้กอล์ฟนั้น ๆ อาจจะขัดแย้งกับกฎข้อบังคับ เว้นแต่กำหนดไว้ในกฎข้อบังคับ ผู้เล่นจะต้องไม่ใช้ สิ่งประดิษฐ์ หรืออุปกรณ์พิเศษระหว่างรอบที่กำหนด
ก. ที่อาจช่วยเหลือการตีลูก หรือช่วยเหลือการเล่นของผู้เล่น หรือ
ข. เพื่อจุดประสงค์ในการประมาณ หรือการวัดระยะทาง หรือสภาพต่างๆ อันอาจจะ มีผลต่อการเล่นของตน หรือ
ค. อาจช่วยในการจับไม้ ยกเว้น
(1) สวมถุงมือธรรมดา
(2) ใช้ยางสน แป้ง และสารที่ทำให้แห้ง หรือทำให้ชื้น
(3) ใช้ผ้าเช็ดเหงื่อ หรือผ้าเช็ดหน้าพันรอบกริพ
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 14-3
กฎข้อที่ 15 การเล่นลูกผิด และการใช้ลูกอื่นแทน
ลูกผิด
- หมายถึง ลูกอื่นใดก็ตามนอกจากลูกของผู้เล่นที่เป็น
ก. ลูกที่อยู่ในการเล่น
ข. ลูกสำรอง หรือ
ค. ลูกที่สองที่ใช้เล่นภายใต้กฎข้อ 3-3 หรือ กฎข้อ 20-7 ข ในการเล่นแบบสโตรคเพลย์
หมายเหตุ
- ลูกที่อยู่ในการเล่น ให้รวมถึงลูกที่นำมาใช้แทนที่ลูกที่อยู่ในการเล่น ไม่ว่าลูกนั้นได้รับอนุญาตให้นำมา ใช้เล่นแทนหรือไม่ก็ตาม
15-1 ทั่ว ๆ ไป
- ผู้เล่นต้องเล่นจนจบหลุมด้วยลูกที่เล่นจากแท่นตั้งที เว้นแต่กฎข้อบังคับอนุญาตให้ใช้ลูกอื่นแทนได้ ถ้าผู้เล่นนำอีกลูกหนึ่งมาเล่นแทนโดยกฎข้อบังคับไม่อนุญาต ลูกดังกล่าวไม่ใช่ลูกผิด แต่มีสภาพเป็นลูกที่อยู่ในการเล่น หากผู้เล่นไม่แก้ไขความผิดพลาดตามที่กำหนดไว้ในกฎข้อ 20-6 ผู้เล่นจะต้องถูกปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น ในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ หรือถูกปรับสองแต้ม ในการเล่น แบบสโตรคเพลย์(การเล่นผิดที่ - ดูกฎข้อ 20-7)
15-2 การเล่นแบบแมทช์เพลย์
- ยกเว้นในอุปสรรค ถ้าผู้เล่นตีลูกผิด ผู้เล่นจะต้องถูกปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น ถ้าผู้เล่นตีลูกผิดในอุปสรรค ไม่มีการปรับโทษ และไม่นับแต้มที่เล่นลูกผิดในอุปสรรครวมเข้าไปในแต้มจริงของผู้เล่น ถ้าลูกที่เล่นผิดนั้นเป็นของผู้เล่นคนอีกคนหนึ่ง เจ้าของลูกจะต้องนำลูกไปวางตรงจุดที่มีการเล่นลูกผิดในครั้งแรก ยกเว้นในอุปสรรค ถ้าลูกของผู้เล่น และลูกของฝ่ายตรงข้ามสลับกันระหว่างการเล่นในหลุมใดหลุมหนึ่ง ผู้ที่เล่นลูกผิดคนแรกจะต้องถูกปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น หรือหากไม่สามารถทราบได้แน่ชัด ทั้งสองฝ่ายจะต้องเล่นให้จบหลุมด้วยลูกที่สลับกันนั้น
15-3 การเล่นแบบสโตรคเพลย์
- ถ้าผู้เข้าแข่งขันตีลูกผิดหนึ่งครั้งหรือหลายครั้ง ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกปรับโทษสองแต้ม นอกจากว่า การตีหนึ่งครั้งหรือหลายครั้งเป็นการตีเมื่อลูกนั้นอยู่ในอุปสรรค ในกรณีนี้จะไม่ถูกปรับโทษ ผู้เข้าแข่งขัน ต้องแก้ไขความผิดพลาดด้วยการเล่นลูกที่ถูกต้อง ถ้าไม่แก้ไขความผิดพลาดก่อนตีจากแท่นตั้งทีใน หลุมต่อไป หรือในกรณีของหลุมสุดท้ายของรอบที่เล่น ไม่แจ้งเจตนาที่จะแก้ไขความผิดพลาดก่อน ลงจากกรีน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน ไม่นับจำนวนแต้มที่ผู้เข้าแข่งขันเล่นลูกผิดเข้าไปในแต้มจริงของผู้เข้าแข่งขัน ถ้าลูกที่เล่นผิดนั้นเป็นของผู้เข้าแข่งขันอีกคนหนึ่ง เจ้าของลูกจะต้องนำลูกไป วางตรงจุดที่มีการเล่นลูกผิดในครั้งแรก (พื้นที่ของลูกที่จะวาง หรือจะนำกลับไปวางเปลี่ยนไป - ดูกฎ ข้อ 20-3 ข)
กฎข้อที่ 16 กรีน
กรีน
- หมายถึง พื้นที่ทั้งหมดที่ได้จัดเตรียมไว้เพื่อการพัตโดยเฉพาะในหลุมที่กำลังเล่นอยู่ หรือพื้นที่ที่คณะกรรมการกำหนดให้เป็นเช่นนั้น ลูกอยู่บนกรีนเมื่อส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกสัมผัสกับกรีน
เส้นทางพัต
- หมายถึง ทิศทางบนกรีนที่ผู้เล่นต้องการการตี(พัต)ให้ลูกของตนไป ยกเว้นในเรื่องที่เกี่ยวกับกฎข้อ 16-1 จ เส้นทางพัตรวมถึงระยะด้านข้างพอควรทั้งสองข้างของทิศทางนั้นและไม่ต่อเนื่องเลยหลุม ลูกลงหลุมแล้ว
- เมื่อเข้าไปหยุดนิ่งภายในเส้นรอบวงของหลุม และทุกส่วนของลูกอยู่ต่ำกว่าระดับของปากหลุมลงไป
16-1 ทั่ว ๆ ไป
ก. การสัมผัสเส้นทางพัต
- ผู้เล่นต้องไม่สัมผัสเส้นทางพัต ยกเว้น
(1) ผู้เล่นอาจเคลื่อนย้ายทราย หรือเศษดินบนกรีน และเคลื่อนย้ายลูสอิมเพดิเม้นท์อื่น ๆ ด้วยการหยิบขึ้นหรือปัดไปทางด้านข้างด้วยมือ หรือไม้กอล์ฟโดยไม่กดสิ่งใด ๆ ลงไป
(2) ในการจรดลูก ผู้เล่นอาจวางไม้กอล์ฟหน้าลูกได้โดยไม่กดสิ่งใด ๆ ลงไป
(3) ในการวัดระยะ - กฎข้อ 10-4
(4) ในการหยิบลูก - กฎข้อ 16-1 ข
(5) ในการกดที่มาร์คลูกลงไป
(6) ในการซ่อมรอยหลุมเก่า หรือซ่อมรอยลูกตกบนกรีน - กฎข้อ 16-1 ค และ
(7) ในการเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายได้ออกไป - กฎข้อ 24-1 ( การชี้เส้นทางพัตบนกรีน - ดูกฎข้อ 8-2 ข)
ข. การหยิบลูก
- ผู้เล่นอาจจะหยิบลูกที่อยู่บนกรีน และทำความสะอาดลูกได้ถ้าต้องการ และจะต้องนำลูกที่หยิบขึ้นมานั้นกลับไปวางไว้ตรงจุดเดิมที่ได้หยิบลูกขึ้นมา
ค. การซ่อมรอยของหลุม การซ่อมรอยลูกตก และการซ่อมความเสียหายอื่น ๆ
- ผู้เล่นอาจซ่อมรอยหลุมเก่า หรือซ่อมความเสียหายบนกรีนที่เกิดจากการกระทบของลูก ไม่ว่าลูกของผู้เล่นอยู่บนกรีนหรือไม่ก็ตาม ถ้าลูกหรือที่มาร์คลูกเคลื่อนที่โดยบังเอิญเนื่องจากการซ่อมดังกล่าว จะต้องนำลูกนั้น หรือนำที่มาร์คลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม โดยไม่มีการปรับโทษ สำหรับความเสียหายอื่นบนกรีนจะต้องไม่ได้รับการซ่อม ถ้าอาจจะเป็นการช่วยเหลือการเล่นต่อไปของผู้เล่นในหลุมนั้น
ง. การทดสอบผิวกรีน
- ระหว่างการเล่นในหลุมใดหลุมหนึ่ง ผู้เล่นจะต้องไม่ทดสอบผิวกรีนด้วยการกลิ้งลูก หรือการลูบ หรือการครูดผิวกรีน
จ. การยืนคร่อม หรือการยืนบนเส้นทางพัต
- ผู้เล่นจะต้องไม่ทำการตี(พัต)ลูกบนกรีนด้วยการยืนคร่อม หรือวางเท้าข้างใดข้างหนึ่งสัมผัสกับเส้นทางพัต หรือสัมผัสกับเส้นทางด้านหลังลูกที่ต่อเนื่องจากเส้นทางพัตนั้น
ฉ. การตีลูกในขณะที่อีกลูกหนึ่งกำลังเคลื่อนที่
- หลังจากตีลูกขึ้นไปอยู่บนกรีนแล้ว ผู้เล่นจะต้องไม่ทำการตี(พัต)ลูกในขณะอีกลูกหนึ่งกำลังเคลื่อนที่อยู่ บนกรีน เว้นแต่ถ้าผู้เล่นทำเช่นนั้นเพราะอยู่ในลำดับการเล่นของตน ผู้เล่นจะไม่ถูกปรับโทษ
( การหยิบลูกที่กีดขวางการเล่น หรือช่วยเหลือการเล่นขณะอีกลูกหนึ่งกำลังเคลื่อนที่ - ดูกฎข้อ 22)
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 16-1
* การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
* การเล่นแบบสโตรคเพลย์ - ปรับสองแต้ม
( ตำแหน่งของแคดดี้ หรือพาร์ทเน่อร์ - ดูกฎข้อ 14-2)( ผิดกรีน - ดูกฎข้อ 25-3)
16-2 ลูกค้างปากหลุม
- เมื่อส่วนใดของลูกค้างอยู่ที่ปากหลุม ให้ผู้เล่นมีเวลาเพียงพอเดินเข้าไปที่หลุมโดยไม่ชักช้า และเพิ่มเวลาให้อีกสิบวินาที เพื่อดูให้แน่ใจว่าลูกหยุดนิ่งแล้วหรือไม่ ถ้าลูกไม่ได้ลงหลุม ให้ถือว่าลูกหยุดนิ่งแล้ว หากลูกลงไปในหลุมหลังจากนั้น ให้ถือว่าผู้เล่นได้ตี(พัต)ลูกลงหลุมแล้วด้วยการตี(พัต)ครั้งสุดท้าย และ ผู้เล่นจะต้องบวกแต้มปรับโทษหนึ่งแต้มรวมเข้าไปในแต้มของผู้เล่น นอกเหนือจากนั้นจะไม่มีการปรับโทษภายใต้กฎข้อนี้ (การเล่นโดยไม่ชักช้า - ดูกฎข้อ 6-7)
กฎข้อที่ 17 คันธง
คันธง
- หมายถึง เครื่องชี้ตำแหน่งที่เป็นลำตรงที่เคลื่อนย้ายได้ไม่มีใบธง หรือวัสดุอื่นติดอยู่ด้วยหรือไม่ก็ตาม ปักอยู่กลางหลุมเพื่อแสดงตำแหน่งที่ตั้งของหลุม และจะต้องมีรูปหน้าตัดเป็นทรงกลม
17-1 การเฝ้าคันธง การหยิบคันธงออก หรือการยกไว้
- ผู้เล่นอาจขอให้เฝ้าคันธง ให้หยิบคันธงออก หรือให้ยกคันธงไว้เพื่อชี้ตำแหน่งหลุมทั้งก่อนและระหว่างการตี ทั้งนี้อาจจะกระทำได้โดยผู้เล่นมอบหมายก่อนตีลูก ก่อนการตีลูก ถ้ามีการเฝ้าคันธง มีการหยิบคันธงออก หรือมีการยกคันธงไว้โดยผู้หนึ่งผู้ใดโดยที่ผู้เล่นรับทราบ และไม่ได้โต้แย้งแล้ว ให้ถือว่าผู้เล่นอนุญาตให้ทำ ถ้าผู้หนึ่งผู้ใดที่เฝ้าคันธง หรือยกคันธงไว้ หรือยืนอยู่ใกล้หลุมขณะมีการตีลูก จะต้องถือว่าผู้นั้นเฝ้าคันธงจนกระทั่งลูกหยุดนิ่ง
17-2 การเฝ้าคันธงโดยไม่มีผู้มอบหมาย
ก. การเล่นแบบแมทช์เพลย์
- ในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ ขณะผู้เล่นกำลังทำการตีลูก หรือขณะลูกกำลังเคลื่อนที่ ฝ่ายตรงข้าม หรือแคดดี้ของฝ่ายตรงข้าม จะต้องไม่เฝ้าคันธง ไม่หยิบคันธงออก หรือไม่ยกคันธงไว้ โดยที่ผู้เล่นไม่ได้มอบหมาย หรือไม่รับทราบล่วงหน้า
ข. การเล่นแบบสโตรคเพลย
์ - ในการเล่นแบบสโตรคเพลย์ ขณะผู้เข้าแข่งขันกำลังทำการตีลูก หรือขณะลูกกำลังเคลื่อนที่ ถ้าผู้ร่วมแข่งขัน หรือแคดดี้ของเขา เฝ้าคันธง หยิบคันธงออก หรือยกคันธงไว้โดยผผู้เข้าแข่งขันไม่อนุญาต หรือไม่ทราบล่วงหน้า ผู้ร่วมแข่งขันจะถูกปรับโทษ ในการละเมิดกฎข้อนี้ ในสภาพการณ์ดังกล่าว ถ้าลูกของผู้เข้าแข่งขันไปกระทบคันธง หรือไปกระทบผู้ที่เฝ้าคันธง หรือไปกระทบสิ่งใดของผู้ที่เฝ้าคันธง ผู้เข้าข่งขันจะไม่ถูกปรับโทษ และจะต้องเล่นตามสภาพที่ลูกหยุดอยู่ เว้นแต่ถ้าเป็นการตี(พัต)บนกรีน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องยกเลิกการเล่นลูกนั้น และให้นำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิมเพื่อเล่นใหม่
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 17-1 หรือ -2
* การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
* การเล่นแบบสโตรคเพลย์ - ปรับสองแต้ม
17-3 ลูกกระทบคันธง หรือกระทบผู้เฝ้าคันธง
- ลูกของผู้เล่นจะต้องไม่กระทบ
ก. คันธง ผู้เล่น พาร์ทเน่อร์ หรือแคดดี้ของคนหนึ่งคนใด หรือ ผู้อื่นที่ผู้เล่นสั่ง หรือทราบมาก่อนล่วงหน้า ขณะเฝ้าคันธงอยู่ ขณะหยิบคันธงออกจากหลุม หรือขณะยกคันธงขึ้น หรือ
ข. แคดดี้ของผู้เล่น พาร์ทเน่อร์ หรือแคดดี้ของพาร์ทเน่อร์ของตนขณะกำลังเฝ้าคันธงอยู่ หรือผู้อื่นที่ผู้เล่นสั่ง หรือทราบล่วงหน้า หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดที่ผู้นั้นถืออยู่ หรือ
ค. คันธงที่อยู่ในหลุม โดยไม่มีการเฝ้าคันธง ขณะเล่นลูกบนกรีน
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎข้อ 17-3
* การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
* การเล่นแบบสโตรคเพลย์ - ปรับสองแต้ม และจะต้องเล่นตามสภาพที่ลูกหยุดอยู่
17-4 ลูกพิงอยู่กับคันธง
- ถ้าลูกพิงอยู่กับคันธงขณะลูกอยู่ภายในขอบหลุม ผู้เล่น หรือผู้อื่นที่ผู้เล่นมอบหมาย อาจเคลื่อนคันธง หรือนำคันธงออก ถ้าลูกลงไปในหลุม จะต้องถือว่าผู้เล่นได้เล่นลูกลงหลุมนั้นแล้วด้วยการตีครั้งสุดท้าย นอกเหนือจากนั้น ถ้าลูกเคลื่อนที่ จะต้องนำลูกมาวางที่ปากหลุมโดยไม่มีการปรับโทษ
กฎข้อที่ 18 ลูกที่หยุดอยู่ ถูกทำให้เคลื่อนที่
- ให้ถือว่าลูกได้เคลื่อนที่ ถ้าลูกเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม และมาหยุดอยู่ในตำแหน่งใหม่
สิ่งภายนอก
- หมายถึง สิ่งใด ๆ ที่ไม่ใช่เป็นส่วนของแมทช์แข่งขัน หรือในกรณีของสโตรคเพลย์ ไม่ได้เป็นส่วนของฝ่ายผู้เข้าแข่งขัน สิ่งภายนอก ให้รวมถึงผู้ตัดสิน มาร์คเกอร์ ผู้สังเกตการณ์ และโฟร์แคดดี้ ทั้งลม และน้ำ ไม่ใช่เป็นสิ่งภายนอก
อุปกรณ์
- หมายถึง สิ่งใด ๆ ที่ผู้เล่นใช้ สวมใส่ หรือถือไว้ หรือมีไว้สำหรับผู้เล่น ยกเว้น ลูกที่ผู้เล่นได้ใช้เล่นในหลุมที่กำลังเล่นอยู่ และสิ่งเล็ก ๆ เช่น เหรียญ หรือทีที่ใช้ตั้งลูก เมื่อนำไปใช้มาร์คตำแหน่งลูก หรือนำไปใช้ มาร์คระยะพื้นที่ที่ทำการดรอปลูก ให้อุปกรณ์รวมถึงรถกอล์ฟ ไม่ว่าใช้เครื่องยนต์หรือไม่ก็ตาม ถ้าผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคนรถดังกล่าวร่วมกัน ให้ถือว่าทั้งรถและของทุกอย่างที่อยู่ในนั้นเป็นอุปกรณ์ของผู้เล่นที่เป็นเจ้าของลูกที่กำลังเล่นอยู่ ยกเว้น เมื่อรถที่ใช้ร่วมกันขับเคลื่อนโดยผู้เล่นคนหนึ่งคนใด ให้ถือว่าทั้งรถ และของทุกอย่างที่อยู่บนรถเป็นอุปกรณ์ของผู้เล่นคนนั้น
หมายเหตุ
- ลูกที่ใช้เล่น่ในหลุมที่กำลังเล่นอยู่ กลายเป็นอุปกรณ์ต่อเมื่อได้ถูกหยิบขึ้น และยังไม่ถูกนำกลับเข้าไปเล่นต่อ ผู้เล่นได้จรดลูกแล้ว เมื่อผู้เล่นได้เข้าไปยืน และได้จรดไม้กอล์ฟ ยกเว้นในอุปสรรค ผู้เล่นได้จรดลูกแล้ว เมื่อผู้เล่นเข้าไปทำการยืน
- การเข้าไปทำการยืน ประกอบไปด้วย ผู้เล่นได้สืบเท้าทั้งสองเข้าไปอยู่ในตำแหน่งที่เตรียมพร้อมจะตีลูก
18-1 โดยสิ่งภายนอก
- ถ้าลูกที่หยุดอยู่ แล้วถูกทำให้เคลื่อนที่โดยสิ่งภายนอก ผู้เล่นไม่ถูกปรับโทษ และจะต้องนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิมก่อนที่ผู้เล่นทำการตีครั้งต่อไป ( ลูกของผู้เล่นหยุดอยู่ แล้วอีกลูกหนึ่งทำให้เคลื่อนที่ - ดูกฎข้อ 18-5)
18-2 โดยผู้เล่น พาร์ทเน่อร์ แคดดี้ หรืออุปกรณ์
ก. ทั่ว ๆ ไป
- เมื่อลูกของผู้เล่นเป็นลูกที่อยู่ในการเล่น และถ้า
(1) ผู้เล่น พาร์ทเน่อร์ หรือแคดดี้ของคนใดคนหนึ่ง ไปหยิบ หรือไปทำให้ลูกเคลื่อนที่ หรือเจตนาสัมผัสลูก ( ยกเว้นสัมผัสด้วยไม้เพื่อทำการจรดลูก) หรือเจตนาทำให้ลูกเคลื่อนที่ ยกเว้นกรณีที่กฎข้อบังคับอนุญาต
(2) อุปกรณ์ของผู้เล่น หรือของพาร์ทเน่อร์ของตนไปทำให้ลูกเคลื่อนที่ ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม และจะต้องนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม นอกเสียจากว่าการเคลื่อนที่ของลูกเกิดขึ้นหลังจากผู้เล่นได้เริ่มสวิง และไม่ได้หยุดการสวิงนั้น ภายใต้กฎข้อบังคับจะไม่ปรับโทษ
ถ้าผู้เล่นทำลูกเคลื่อนที่โดยบังเอิญบนสภาพการณ์ต่อไปน
ี้ * ในการวัดเพื่อให้แน่ใจว่าลูกใดอยู่ไกลหลุมมากกว่ากัน - กฎข้อ 10-4
* ในการค้นหาลูกที่ถูกปกคลุมอยู่ในอุปสรรค หรือในสภาพพื้นที่ผิดปกติ - กฎข้อ 12-1
* ในการซ่อมรอยหลุมเก่า หรือในการซ่อมรอยลูกตก - กฎข้อ 16-1 ค
* ในการเคลื่อนย้ายลูสอิมเพดิเม้นท์บนกรีน - กฎข้อ 18-2 ค
* ในการหยิบลูกขึ้นตามกฎข้อบังคับ - กฎข้อ 20-1
* ในการวางลูก หรือในการนำลูกกลับไปวางที่เดิมตามกฎข้อบังคับ - กฎข้อ 20-3 ก
* ในการเคลื่อนย้ายสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายได้ - กฎข้อ 24-1
ข. ลูกเคลื่อนที่หลังจากการจรดไม้
- ถ้าลูกที่อยู่ในการเล่นของผู้เล่น เคลื่อนที่หลังจากผู้เล่นได้จรดลูกแล้ว (นอกจากผลที่เกิดจากการตี) ให้ถือว่าผู้เล่นได้ทำให้ลูกเคลื่อนที่ ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม) และผู้เล่นจะต้องนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม นอกจากว่าการเคลื่อนที่ของลูกที่เกิดขิ้นหลังจากผู้เล่นได้เริ่มสวิง และไม่ได้หยุดการสวิงนั้น
ค. ลูกเคลื่อนที่หลังจากสัมผัสลูสอิมเพดิเม้นท
์ - ถ้าลูกเคลื่อนที่หลังจากผู้เล่น พาร์ทเน่อร์ หรือ แคดดี้ของคนหนึ่งคนใด สัมผัสลูสอิมเพดิเม้นท์ที่อยู่ใกล้กับลูกภายในหนึ่งช่วงไม้กอล์ฟในบริเวณทั่วพื้นสนาม และก่อนผู้เล่นได้จรดลูก ให้ถือว่าผู้เล่นได้ทำลูกเคลื่อนที่ ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม และจะต้องนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม นอกจากว่าการเคลื่อนที่ของลูกเกิดขึ้นหลังจากผู้เล่นได้เริ่มสวิง และไม่ได้หยุดการสวิงนั้น ถ้าลูก หรือที่มาร์คลูกเคลื่อนที่จากการเคลื่อนย้ายลูสอิมเพดิเม้นท์ใด ๆ บนกรีน จะต้องนำลูก หรือที่มาร์คลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม โดยไม่มีการปรับโทษ แต่มีเงื่อนไขว่าการเคลื่อนที่ของลูก และที่มาร์คลูกเกิดจากการเคลื่อนย้ายลูสอิมเพดิเม้นท์โดยตรง นอกเหนือจากนั้น ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม ภายใต้กฎข้อ 18-2 ก หรือ 20-1
กฎข้อที่ 19 ลูกที่กำลังเคลื่อนที่ ถูกทำให้เฉไป หรือหยุดลง
สิ่งภายนอก
- หมายถึง สิ่งใด ๆ ที่ไม่ใช่เป็นส่วนของแมทช์แข่งขัน หรือในกรณีของสโตรคเพลย์ ไม่ได้เป็นส่วนของฝ่ายผู้เข้าแข่งขัน สิ่งภายนอก ให้รวมถึงผู้ตัดสิน มาร์คเกอร์ ผู้สังเกตการณ์ และโฟร์แคดดี้ ทั้งลม และน้ำ ไม่ใช่เป็นสิ่งภายนอก
อุปกรณ์
- หมายถึง สิ่งใด ๆ ที่ผู้เล่นใช้ สวมใส่ หรือถือไว้ หรือมีไว้สำหรับผู้เล่น ยกเว้น ลูกที่ผู้เล่นได้ใช้เล่นในหลุมที่กำลังเล่นอยู่ และสิ่งเล็ก ๆ เช่น เหรียญ หรือทีที่ใช้ตั้งลูก เมื่อนำไปใช้มาร์คตำแหน่งลูก หรือนำไปใช้ มาร์คระยะพื้นที่ที่ทำการดรอปลูก ให้อุปกรณ์รวมถึงรถกอล์ฟ ไม่ว่าใช้เครื่องยนต์หรือไม่ก็ตาม ถ้าผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคนรถดังกล่าวร่วมกัน ให้ถือว่าทั้งรถและของทุกอย่างที่อยู่ในนั้นเป็นอุปกรณ์ของผู้เล่นที่เป็นเจ้าของลูกที่กำลังเล่นอยู่ ยกเว้น เมื่อรถที่ใช้ร่วมกันขับเคลื่อนโดยผู้เล่นคนหนึ่งคนใด ให้ถือว่าทั้งรถ และของทุกอย่างที่อยู่บนรถเป็นอุปกรณ์ของผู้เล่นคนนั้น
หมายเหตุ
- ลูกที่ใช้เล่นในหลุมที่กำลังเล่นอยู่ กลายเป็นอุปกรณ์ต่อเมื่อได้ถูกหยิบขึ้น และยังไม่ถูกนำกลับเข้าไปเล่นต่อ
19-1 โดยสิ่งภายนอก
- ถ้าสิ่งภายนอกทำให้ลูกที่กำลังเคลื่อนที่ เฉไป หรือหยุดโดยบังเอิญ เรียกว่า รับออฟเดอะกรีน ไม่มี
การปรับโทษ และจะต้องเล่นลูกตามสภาพที่ลูกอยู่ ยกเว้น
1. ถ้าลูกที่กำลังเคลื่อนที่หลังจากการตีลูกที่อยู่นอกกรีน เข้ามาหยุดอยู่ใน หรือเข้ามาหยุดอยู่บนสิ่งภายนอกที่กำลังเคลื่อนที่ หรือสิ่งมีชีวิตใด ๆ ในบริเวณทั่วพื้นสนาม หรือในอุปสรรค ผู้เล่นจะต้องวางลูกใกล้เท่าที่เป็นไปได้กับจุดที่สิ่งภายนอกอยู่ ขณะลูกเข้ามาหยุดอยู่ใน หรือเข้ามาหยุดอยู่บนสิ่งนั้น และ
2. ถ้าลูกที่กำลังเคลื่อนที่หลังจากการตี(พัต)บนกรีน ถูกทำให้เฉไป หรือเข้ามาหยุดอยู่ใน หรือเข้ามาหยุดอยู่บนสิ่งภายนอกที่กำลังเคลื่อนที่ หรือสิ่งมีชีวิตใด ๆ ยกเว้น หนอน หรือแมลง จะต้องยกเลิกการตีนั้น และให้นำลูกกลับมาวางที่เดิม แล้วเล่นใหม่ ถ้าไม่สามารถนำลูกนั้นกลับมาได้ อาจจะใช้อีกลูกหนึ่งแทนได้
( ลูกของผู้เล่นถูกทำให้ เฉไป หรือหยุดลง โดยอีกลูกหนึ่ง ดูกฎข้อ 19-5)
หมายเหตุ
- ถ้าผู้ตัดสินหรือคณะกรรมการทราบโดยแน่ชัดว่า สิ่งภายนอกมีเจตนาทำให้ลูกของผู้เล่น เฉไป หรือหยุดลง ให้ใช้กฎข้อ1-4 ต่อผู้เล่น ถ้าสิ่งภายนอกนั้นเป็นผู้ร่วมแข่งขัน หรือแคดดี้ของผู้ร่วมแข่งขัน ให้ใช้กฎข้อ 1-2 ต่อผู้ร่วมแข่งขันนั้น
19-2 โดยผู้เล่น พาร์ทเน่อร์ แคดดี้ หรืออุปกรณ์
ก. การเล่นแบบแมทช์เพลย์
- ถ้าลูกของผู้เล่นถูกทำให้เฉไป หรือหยุดลงโดยผู้เล่นเอง หรือพาร์ทเน่อร์ หรือแคดดี้ หรืออุปกรณ์ของคนใดคนหนึ่งโดยบังเอิญ ผู้เล่นจะต้องถูกปรับแพ้ในหลุมนั้น
ข. ถ้าลูกของผู้เข้าแข่งขันถูกทำให้เฉไป หรือหยุดโดยตนเอง หรือพาร์ทเน่อร์ หรือแคดดี้ หรืออุปกรณ์ของคนใดคนหนึ่งโดยบังเอิญ ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกปรับสองแต้ม และจะต้องเล่นลูกตามสภาพที่ลูกหยุดอยู่ ยกเว้น เมื่อลูกมาหยุดอยู่ใน หรือหยุดอยู่บนเสื้อผ้า หรืออุปกรณ์ของผู้เล่น หรือของพาร์ทเน่อร์ หรือของแคดดี้ของคนใดคนหนึ่ง ในบริเวณทั่วพื้นสนาม หรือในอุปสรรค ผู้เข้าแข่งขันจะต้องดรอปลูกหรือถ้าอยู่บนกรีน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องวางลูก ใกล้เท่าที่เป็นไปได้ตรงจุดที่ลูกเข้ามาหยุดอยู่ใน หรือหยุดอยู่บนสิ่งของนั้น
ข้อยกเว้น ลูกที่ดรอป - ดูกฎข้อ 20-2 ก
( ลูกที่ถูกทำให้เฉไป หรือหยุดลงโดยเจตนาของผู้เล่น พาร์ทเน่อร์ หรือแคดดี้ของตน - ดูกฎข้อ 1-2)
กฎข้อที่ 20 การหยิบลูก การดรอปลูก การวางลูกและการเล่นลูกในที่ผิด
20-1 การหยิบลูก และการมาร์คลูก
- การหยิบลูกภายใต้กฎข้อบังคับ อาจจะหยิบได้โดยผู้เล่น พาร์ทเน่อร์ หรืออีกบุคคลอื่นที่ผู้เล่นอนุญาตให้หยิบ ในกรณีเช่นนี้ ผู้เล่นจะต้องรับผิดชอบต่อการละเมิดกฎข้อบังคับใด ๆ จะต้องทำการมาร์คตำแหน่งลูก ก่อนหยิบภายใต้กฎข้อบังคับที่กำหนดให้นำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม ถ้าไม่มาร์คลูก ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม และจะต้องวางลูกไว้ที่เดิม ถ้าไม่วางลูกไว้ที่เดิม ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษทั่วไป สำหรับการละเมิดกฎข้อนี้ แต่จะต้องไม่นำกฎข้อ 20-1 มาใช้เพิ่มโทษเข้าไปอีก ถ้าลูกหรือที่มาร์คลูก เคลื่อนที่โดยบังเอิญจากการหยิบลูก หรือจากการมาร์คตำแหน่งลูกภายใต้กฎข้อบังคับ จะต้องนำลูก หรือนำที่มาร์คลูกกลับมาวางไว้ที่เดิมโดยไม่มีการปรับโทษ แต่มีเงื่อนไขว่า การเคลื่อนที่ของลูก หรือการเคลื่อนที่ของที่มาร์คลูกเกิดจากการกระทำเฉพาะในการมาร์คตำแหน่งลูก หรือในการหยิบลูกโดยตรงเท่านั้น มิฉะนั้น ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม ภายใต้กฎข้อนี้หรือถูกปรับโทษภายใต้กฎข้อ 18-2 ก
ข้อยกเว้น - ถ้าผู้เล่นถูกปรับโทษที่ไม่กระทำตามกฎข้อ 5-3 หรือ ข้อ 12-2 จะต้องไม่นำกฎข้อ 20-1 มาใช้เพื่อเพิ่มโทษเข้าไปอีก
หมายเหตุ
- ควรจะมาร์คตำแหน่งลูกที่จะหยิบขึ้นด้วยที่มาร์คลูก ด้วยเหรียญเล็ก ๆ หรือด้วยสิ่งอื่นที่คล้ายกันให้ชิดกับด้านหลังลูก ถ้าที่มาร์คลูกกีดขวางการเล่น การยืน หรือการตี ของผู้เล่นอีกคนหนึ่ง ควรจะมาร์คให้พ้นในระยะหนึ่งช่วงหัวไม้กอล์ฟ หรือในระยะมากกว่าหนึ่งช่วงหัวไม้กอล์ฟไปทางด้านใดด้านหนึ่ง
20-2 การดรอปลูก และการดรอปลูกใหม่
ก. โดยใคร และอย่างไร
- ลูกที่ดรอปภายใต้กฎข้อบังคับ จะต้องดรอปโดยผู้เล่นเอง ผู้เล่นจะต้องยืนตรง ถือลูกไว้ เหยียดแขน ออกไประดับไหล่ และดรอปลูก ถ้าบุคคลอื่นเป็นผู้ดรอปลูกให้ หรือดรอปลูกในลักษณะอื่น และไม่ได้มีการแก้ไขความผิดพลาดตามที่กำหนดไว้ในกฎข้อ 20-6 ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม ในการดรอป ถ้าลูกสัมผัสผู้เล่น พาร์ทเน่อร์ หรือแคดดี้ หรืออุปกรณ์ของคนหนึ่งคนใดก่อน หรือหลังจากลูกกระทบพื้นสนาม จะต้องทำการดรอปลูกใหม่โดยไม่เสียแต้ม และไม่จำกัดจำนวนครั้งที่จะต้องดรอปใหม่ในสภาพการณ์เช่นนี้ ( การกระทำอันมีผลต่อตำแหน่ง หรือการเคลื่อนที่ของลูก - ดูกฎข้อ 1-2)
ข. ดรอปที่ใด
- เมื่อจะต้องดรอปลูกให้ใกล้จุดที่เฉพาะเจาะจงเท่าที่ทำได้ จะต้องดรอปลูกไม่ใกล้หลุมเข้าไปกว่าจุดที่กำหนดนั้น ๆ ถ้าผู้เล่นไม่ทราบตำแหน่งที่แน่ชัด จะต้องใช้การคาดคะเน เมื่อดรอปลูก ลูกต้องกระทบพื้นสนามก่อนตรงจุดที่กฎข้อบังคับกำหนดให้ดรอป ถ้าไม่ดรอปลูกเช่นนี้ ให้นำกฎข้อ 20-6 และข้อ 20-7 มาบังคับใช้
ค. ดรอปใหม่เมื่อใด
- ลูกที่ดรอปไปแล้ว จะต้องให้ดรอปใหม่ โดยไม่มีการปรับโทษ ถ้าลูก
* (1) กลิ้ง และเข้าไปหยุดอยู่ในอุปสรรค
* (2) กลิ้ง และออกไปหยุดอยู่นอกอุปสรรค
* (3) กลิ้ง และขึ้นไปหยุดอยู่บนกรีน
* (4) กลิ้ง และออกไปหยุดอยู่นอกสนาม
* (5) กลิ้ง และเข้าไปหยุดอยู่ในตำแหน่งที่มีการติดขัดจาก สภาพที่ได้รับการผ่อนปรนภายใต้กฎข้อ 24-2 ( สิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้) กฎข้อ 25-1 ( สภาพพื้นที่ผิดปกติ) กฎข้อ 25-3 ( ผิดกรีน) หรือตามกฎสนาม (กฎข้อ 33-8 ก) หรือกลิ้งกลับเข้าไปในรอยลูกตกที่หยิบลูกขึ้นได้ภายใต้กฎข้อ 25-2 ( ลูกจม)
* (6) กลิ้งจากจุดที่ลูกกระทบพื้นสนามครั้งแรก ออกไปหยุดไกลกว่าสองช่วงไม่กอล์ฟ (ดูกฎข้อ 20-2 ข) หรือ
* (7) กลิ้งและเข้าไปหยุดใกล้หลุมกว่า ดังนี้
- ก. ตำแหน่งที่ลูกเดิมอยู่ หรือตำแหน่งที่ประมาณไว้ (ดูกฎข้อ 20-2 ข) นอกจากดกฎข้อบังคับอนุญาตเป็นอย่างอื่น หรือ
- ข. จุดผ่อนปรนที่ใกล้ที่สุด หรือการผ่อนปรนมากที่สุดเท่าที่มีให้ (กฎข้อ 24-2 หรือ 25-1 หรือ 25-3) หรือ
- ค. จุดสุดท้ายที่ลูกเดิมข้ามขอบของอุปสรรคน้ำ หรืออุปสรรคน้ำด้านข้าง (กฎข้อ 26-1) ถ้าดรอปใหม่ แล้วลูกกลิ้งเข้าไปในตำแหน่งตามที่ระบุข้างต้น จะต้องวางลูกใกล้ที่สุดเท่าที่เป็นไปได้กับจุดที่ลูกกระทบพื้นสนามเมื่อทำการดรอปใหม่ ถ้าไม่สามารถนำลูกเดิมกลับมาดรอปใหม่ หรือนำกลับมาวางภายใต้กฎข้อนี้ ก็อาจจะใช้อีกลูกหนึ่งแทนได้
หมายเหตุ
- เมื่อทำการดรอปลูก หรือทำการดรอปใหม่ และลูกหยุดนิ่งแล้ว ถ้าลูกเคลื่อนที่ภายหลังจากนั้น จะต้องเล่นตามสภาพที่ลูกหยุดอยู่ เว้นแต่มีข้อกำหนดในกฎข้อบังคับอื่นใดระบุไว้เป็นอย่างอื่น
กฎข้อที่ 21 การทำความสะอาดลูก
- ลูกที่อยู่บนกรีนแล้วอาจหยิบลูกขึ้นทำความสะอาดได้ตามกฎข้อ 16-1 ข ผู้เล่นอาจจะทำความสะอาดลูกได้เมื่อหยิบขึ้นจากที่อื่น ๆ ยกเว้น เมื่อหยิบลูกขึ้นในกรณีต่อไปนี้
ก. เพื่อตรวจดูให้แน่ใจว่าเป็นลูกไม่เหมาะที่จะใช้เล่น (กฎข้อ 5-3)
ข. เพื่อตรวจสอบว่าเป็นลูกของผู้เล่น (กฎข้อ 12-2) ในกรณีเช่นนี้อาจจะทำความสะอาดลูกได้เท่าที่จำเป็น เพียงพอเพื่อการตรวจสอบเท่านั้น หรือ
ค. เป็นลูกที่กีดขวาง หรือช่วยเหลือการเล่น (กฎข้อ 22)
ถ้าผู้เล่นทำความสะอาดลูกของตนระหว่างการเล่นในหลุมใดหลุมหนึ่ง โดยที่กฎข้อนี้ไม่อนุญาตไว้ ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม ถ้าได้หยิบลูกขึ้น จะต้องนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม ถ้ากฎข้อบังคับกำหนดให้ผู้เล่นต้องนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิม แล้วไม่ปฏิบัติตาม ผู้เล่นจะต้องถูกปรับโทษ สำหรับการละเมิดกฎข้อ 20-3 ก แต่จะไม่ถูกปรับโทษเพิ่มภายใต้กฎข้อ 21 อีก
ข้อยกเว้น
- ถ้าผู้เล่นถูกปรับโทษเนื่องจากไม่ทำตามกฎข้อ 5-3 หรือข้อ 12-2 หรือข้อ 22 แล้ว จะต้องไม่ถูกปรับโทษเพิ่มภายใต้กฎข้อ 21 เพิ่มอีก
กฎข้อที่ 22 ลูกกีดขวาง หรือลูกช่วยเหลือการเล่น
- ผู้เล่นคนหนึ่งคนใดอาจจะ
ก. หยิบลูกของตนขึ้น ถ้าผู้เล่นเห็นว่าลูกนั้นอาจช่วยเหลือผู้เล่นอื่น หรือ
ข. ขอให้หยิบลูกอื่นขึ้น ถ้าผู้เล่นเห็นว่าลูกนั้นอาจกีดขวางการเล่นของตน หรืออาจช่วยเหลือการเล่นของผู้เล่นอื่น แต่ไม่อาจจะกระทำได้ในขณะที่ลูกอีกลูกหนึ่งกำลังเคลื่อนที่ สำหรับการเล่นแบบสโตรคเพลย์ ผู้เล่นที่จำเป็นต้องหยิบลูก อาจขอเล่นก่อนแทนการหยิบลูกขึ้น ลูกที่หยิบขึ้นมาภายใต้กฎข้อนี้ จะต้องนำกลับมาวางไว้ที่เดิม
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎ
* การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
* การเล่นแบบสโตรคเพลย์ - ปรับสองแต้ม
หมายเหตุ
- ไม่อาจจะทำความสะอาดลูกเมื่อหยิบขึ้นมาภายใต้กฎข้อนี้ - ดูกฎข้อ 21 ยกเว้นบนกรีน
กฎข้อที่ 23 ลูสอิมเพดิเม้นท์
ลูสอิมเพดิเม้นท์
- หมายถึง สิ่งที่เป็นวัตถุธรราชาติร่วงหล่นบนพื้น เช่น ก้อนหิน ใบไม้ กิ่งไม้ แขนงไม้ สิ่งที่คล้ายกัน มูลสัตว์ หนอนแมลง คราบสัตว์ หรือกองมูลสัตว์ โดยมีเงื่อนไขว่าสิ่งเหล่านี้ต้งไม่ติดตรึง หรือไม่งอกเงยอยู่ หรือไม่ติดอยู่อย่างแน่นหนา และไม่เกาะติดอยู่ที่ลูก ทราย และเศษดิน เป็นลูสอิมเพดิเม้นท์เฉพาะบนกรีน แต่ไม่ใช่ที่อื่น ๆ หิมะ และน้ำแข็งตามธรรมชาติ เป็นได้ทั้งน้ำชั่วคราว หรือลูสอิมเพดิเม้นท์ แล้วแต่ผู้เล่นจะเลือก
ยกเว้นน้ำค้างแข็ง( น้ำแข็งที่ผลิตขายทั่วไปเป็นสิ่งกีดขวาง น้ำค้าง และน้ำค้างแข็งไม่ใช่ลูสอิมเพดิเม้นท์ )
23-1 การผ่อนปรน
- ผู้เล่นอาจจะเคลื่อนย้ายลูสอิมเพดิเม้นท์ได้โดยไม่มีการปรับโทษ ยกเว้นเมื่อทั้งลูสอิมเพดิเม้นท์ และลูกอยู่ในอุปสรรค หรือสัมผัสกับอุปสรรคในที่เดียวกัน ถ้าลูกเคลื่อนที่ ดูกฎข้อ 18-2 ค
ขณะลูกกำลังเคลื่อนที่ จะต้องไม่เคลื่อนย้ายลูสอิมเพดิเม้นท์อันอาจจะมีผลต่อการเคลื่อนที่ของลูก
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฏ
* การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
* การเล่นแบบสโตรคเพลย์ - ปรับสองแต้ม (การค้นหาลูกในอุปสรรค - ดูกฎข้อ 12-1) ( การสัมผัสเส้นทางพัต - ดูกฎข้อ 16-1 ก)
กฎข้อที่ 24 สิ่งกีดขวาง
จุดผ่อนปรนที่ใกล้ที่สุด
- หมายถึง จุดที่ใช้อ้างอิงสำหรับการผ่อนปรนโดยไม่มีการปรับโทษ เมื่อเกิดการติดขัดจากสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ (กฎข้อ 24-2) หรือจากสภาพพื้นที่ผิดปกติ (กฎข้อ 25-1) หรือจากผิดกรีน (กฎข้อ 25-3)
จุดผ่อนปรนที่ใกล้ที่สุดคือ จุดบนพื้นสนามที่ใกล้กับจุดที่ลูกหยุดอยู่มากที่สุด โดยไม่ใกล้หลุมเข้าไปมากกว่าจุดที่ลูกอยู่ และเมื่อลูกหยุดอยู่ในตำแหน่งดังกล่าว จะไม่มีการติดขัดเกิดขึ้น ( ดังที่ได้กำหนดไว้)
หมายเหตุ
- ผู้เล่นควรหาจุดผ่อนปรนที่ใกล้กับลูกที่ตกอยู่มากที่สุด โดยใช้ไม้กอล์ฟที่ผู้เล่นเจตนาจะใช้เล่นต่อไป ทำการจำลองตำแหน่งจรดไม้ และการสวิงเพื่อการตีนั้น
สิ่งกีดขวาง
- หมายถึง สิ่งใดก็ตามที่ทำขึ้นมา รวมถึงพื้นผิวถนน ขอบถนน ทางเดิน และน้ำแข็งที่ผลิตเพื่อขาย ยกเว้น
ก. วัตถุที่กำหนดเขตนอกสนาม เช่น กำแพง รั้ว หลัก หรือราวรั้ว
ข. ส่วนใด ๆ ของสิ่งของที่ทำขึ้นมา และเคลื่อนย้ายไม่ได้ที่อยู่ภายนอกสนาม และ
ค. สิ่งปลูกสร้างใด ๆ ที่คณะกรรมการประกาศให้รวมเป็นส่วนเดียวกับสนาม
สิ่งกีดขวางที่ถือว่าเป็นสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายได้ ถ้าเคลื่อนย้ายได้โดยไม่ใช้แรงมาก หรือไม่ทำให้การเล่นล่าช้า และไม่ก่อให้เกิดความเสียหาย มิฉะนั้น สิ่งดังกล่าวเป็นสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้
หมายเหตุ
- คณะกรรมการอาจจัดทำกฎสนาม ประกาศให้สิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายได้ เป็นสิ่งกีดขวาง ที่เคลื่อนย้ายไม่ได้
24-1 สิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายได้
- ผู้เล่นอาจจะขอรับการผ่อนปรนจากสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายได้ดังต่อไปนี้
ก. ถ้าลูกไม่อยู่ใน หรือลูกไม่อยู่บนสิ่งกีดขวาง อาจจะนำสิ่งกีดขวางนั้นออกไป ถ้าลูกเคลื่อนที่ จะต้องนำลูกกลับมาวางไว้ที่เดิมโดยไม่มีการปรับโทษ แต่มีเงื่อนไขว่าการเคลื่อนที่ของลูกเกิดจากการนำสิ่งกีดขวางนั้นออกไปโดยตรง นอกเหนือจากนั้นให้ใช้กฎข้อ 18-2 ก
ข. ถ้าลูกอยู่ใน หรืออยู่บนสิ่งกีดขวาง อาจจะหยิบลูกขึ้นได้โดยไม่มีการปรับโทษ และนำสิ่งกีดขวางนั้นออกไป ในบริเวณทั่วพื้นสนาม หรือในอุปสรรค จะต้องดรอปลูก หรือบนกรีน จะต้องวางลูก ใกล้กับจุดที่ใกล้ที่สุดใต้พื้นที่ที่ลูกอยู่ใน หรือลูกอยู่บนสิ่งกีดขวาง โดยไม่ใกล้หลุมเข้าไป อาจจะทำความสะอาดลูกได้เมื่อหยิบขึ้นภายใต้กฎข้อ 24-1 ขณะลูกกำลังเคลื่อนที่ จะต้องไม่นำสิ่งกีดขวางอันอาจมีผลต่อการเคลื่อนที่ของลูกออกไป นอกจากคันธงที่มีผู้เฝ้า หรืออุปกรณ์ของผู้เล่น (การทำให้เกิดผลกระทบต่อลูก - ดูกฎข้อ 1-2)
หมายเหตุ ถ้าไม่สามารถนำลูกเดิมมาดรอป หรือมาวางภายใต้กฎข้อนี้ อาจจะใช้ลูกอื่นแทนได้
กฎข้อที่ 25 สภาพพื้นผิดปกติ ลูกจมในรอยตก และผิดกรีน
สภาพพื้นที่ผิดปกติ
- หมายถึง น้ำชั่วคราว พื้นที่ซ่อม หรือหลุม คราบสัตว์ ทางวิ่งของสัตว์ในสนามที่เกิดจากสัตว์ที่อาศัยอยู่ในโพรง สัตว์เลื้อยคลาน หรือนก
สัตว์ที่อาศัยอยู่ในโพรง
- หมายถึง สัตว์ที่ขุดรู หรือสัตว์ที่ทำรังเป็นที่อาศัย เช่น กระต่าย ตัวตุ่น หมูตอน หรือกิ้งก่า
หมายเหตุ
- หลุมที่ขุดโดยสัตว์ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในโพรง เช่น สุนัข ไม่ถือว่าเป็นสภาพพื้นที่ผิดปกติ เว้นแต่จะมีการทำเครื่องหมายระบุไว้ หรือประกาศไว้ให้เป็นสภาพพื้นที่ผิดปกติ
น้ำชั่วคราว
- หมายถึง พื้นที่ในสนามที่มีน้ำขังสะสมชั่วคราว เห็นได้ทั้งก่อน หรือหลังจากผู้เล่นเข้าไปทำการยืน และไม่อยู่ในอุปสรรคน้ำ สำหรับหิมะและน้ำแข็งธรรมชาติเป็นได้ทั้งน้ำชั่วคราว หรือเป็นลูสอิมเพดิเม้นท์ แล้วแต่ผู้เล่นเลือกเอง สำหรับน้ำเข็งที่ผลิตเพื่อขายทั่วไปเป็นสิ่งกีดขวาง ลูกอยู่ในน้ำชั่วคราวเมื่อลูกอยู่ในน้ำชั่วคราวหรือส่วนใดส่วนหนึ่งของลูกสัมผัสกับน้ำชั่วคราว ส่วนน้ำค้างและน้ำค้างแข็งไม่ถือเป็นน้ำชั่วคราว
พื้นที่ซ่อม
- หมายถึง ส่วนใด ๆ ของสนามที่ทำเครื่องหมายไว้โดยคำสั่งคณะกรรมการ หรือประกาศโดยผู้แทนที่ได้รับอนุญาต ให้พื้นที่ซ่อมรวมถึงกองวัสดุที่จะทำการขนย้ายออกไป และรวมถึงหลุมที่ทำขึ้นโดยผู้ดูแลสนาม แม้ว่าไม่ได้ทำเครื่องหมายไว้ พื้นที่ทั้งหมด และสิ่งอื่น ๆ ที่งอกเงยอยู่ในพื้นที่ซ่อม เช่น หญ้า พุ่มไม้ หรือต้นไม้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ซ่อม ขอบเขตของพื้นที่ซ่อมวัดดิ่งลงไปในแนวตั้งฉากกับพื้น แต่ไม่ต่อเนื่องขึ้นด้านบน ส่วนเสาหลักและเส้นที่กำหนดพื้นที่ซ่อมให้อยู่ในพื้นที่ซ่อม เสาหลักและเส้นที่ระบุพื้นที่ซ่อมดังกล่าวเป็นสิ่งกีดขวาง ลูกอยู่ในพื้นที่ซ่อมเมื่อลูกอยู่ในเขต หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกสัมผัสกับพื้นที่ซ่อม
หมายเหตุ
- 1. เศษหญ้าที่ตัดทิ้งไว้ และวัสดุอื่น ๆที่ถูกกองทิ้งไว้ในสนาม และไม่มีเจตนาจะเคลื่อนย้ายออกไปจากสนาม ไม่ถือว่าเป็นพื้นที่ซ่อม เว้นแต่จะทำเครื่องหมายไว้
- 2. คณะกรรมการอาจออกกฎสนามเพื่อห้ามเล่นในพื้นที่ซ่อม หรือในบริเวณที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ได้กำหนดไว้ให้เป็นพื้นที่ซ่อม
จุดผ่อนปรนที่ใกล้ที่สุด
- หมายถึง จุดที่ใช้อ้างอิงสำหรับการผ่อนปรนโดยไม่มีการปรับโทษ เมื่อเกิดการติดขัดจากสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ (กฎข้อ 24-2) หรือจากสภาพพื้นที่ผิดปกติ (กฎข้อ 25-1) หรือจากผิดกรีน (กฎข้อ 25-3)
จุดผ่อนปรนที่ใกล้ที่สุด
- คือ จุดบนพื้นสนามที่ใกล้กับจุดที่ลูกหยุดอยู่มากที่สุด โดยไม่ใกล้หลุมเข้าไปมากกว่าจุดที่ลูกอยู่ และเมื่อลูกหยุดอยู่ในตำแหน่งดังกล่าว จะไม่มีการติดขัดเกิดขึ้น (ดังที่ได้กำหนดไว้)
หมายเหตุ
- ผู้เล่นควรหาจุดผ่อนปรนที่ใกล้กับลูกที่ตกอยู่มากที่สุด โดยใช้ไม้กอล์ฟที่ผู้เล่นเจตนาจะใช้เล่นต่อไป ทำการจำลองตำแหน่งจรดไม้ และการสวิงเพื่อการตีนั้น
ผิดกรีน
- หมายถึง กรีนใดก็ตามนอกเหนือจากกรีนของหลุมที่กำลังเล่นอยู่ เว้นแต่คณะกรรมการระบุให้เป็นอย่างอื่น นิยามนี้ให้มีความหมายรวมถึงกรีนซ้อมพัต หรือกรีนซ้อมพิทช์ในสนาม
กฎข้อที่ 26 อุปสรรคน้ำ ( รวมถึงอุปสรรคน้ำด้านข้าง)
อุปสรรคน้ำ
- หมายถึง ทะเล ทะเลสาบ บ่อน้ำ แม่น้ำ ร่องน้ำ รางระบายน้ำ หรือเส้นทางน้ำไหลเปิดไปสู่ที่อื่น (ไม่ว่ามีน้ำอยู่หรือไม่) และสิ่งอื่นที่มีลักษณะคล้ายกัน
พื้นที่ หรือน้ำทั้งหมดภายในเขตอุปสรรคน้ำ เป็นส่วนของอุปสรรคน้ำ ขอบเขตของอุปสรรคน้ำขยายต่อเนื่องในแนวตั้งฉากกับพื้นทั้งขึ้นและลง สำหรับเสาหลัก และเส้นที่ใช้กำหนดเขตอุปสรรคน้ำอยู่ในอุปสรรคน้ำ เสาหลักดังกล่าวเป็นสิ่งกีดขวาง ลูกอยู่ในอุปสรรคต่อเมื่อลูกทั้งลูกอยู่ในอุปสรรคน้ำ หรือส่วนหนึ่งส่วนใดของลูกสัมผัสกับอุปสรรคน้ำ
หมายเหตุ
- 1. ควรกำหนดเขตอุปสรรคน้ำ ( นอกจากอุปสรรคน้ำด้านข้าง) ด้วยหลัก หรือเส้นสีเหลือง
- 2. คณะกรรมการอาจออกกฎสนาม ห้ามเล่นในบริเวณที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ที่ได้กำหนดไว้เป็นอุปสรรคน้ำ
อุปสรรคน้ำด้านข้าง
- หมายถึง อุปสรรคน้ำ หรือส่วนของอุปสรรคน้ำที่อยู่ในพื้นที่ที่คณะกรรมการถือว่าการดรอปลูกหลังน้ำตามกฎข้อ 26-1 ข เป็นไปไม่ได้ หรือไม่สามารถปฏิบัติได้ ควรทำเครื่องหมายของอุปสรรคน้ำที่จะเล่นเป็นอุปสรรคน้ำด้านข้างให้แตกต่างกัน ถือว่าลูกอยู่อุปสรรคน้ำด้านข้างเมื่อลูกอยู่ใน หรือส่วนใดส่วนหนึ่งของลูกสัมผัสกับอุปสรรคน้ำด้านข้าง
หมายเหตุ
- 1. ควรจะกำหนดอุปสรรคน้ำด้านข้าง ด้วยเสาหลัก หรือเส้นสีแดง
- 2. คณะกรรมการอาจออกฎสนาม ห้ามเล่นในบริเวณที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่ดกำหนดไว้เป็นอุปสรรคน้ำด้านข้าง
- 3. คณะกรรมการอาจกำหนดอุปสรรคน้ำด้านข้างให้เป็น อุปสรรคน้ำ
26-1 ลูกอยู่ในอุปสรรคน้ำ
- หากมีข้อสงสัยว่าหลังจากผู้เล่นตีลูกเข้าไปในอุปสรรคน้ำ ลูกเข้าไปหายในอุปสรรคน้ำ หรือหายนอกอุปสรรคน้ำหรือไม่ ดังนั้น เพื่อแสดงว่าลูกหายในอุปสรรคน้ำ จึงต้องมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะเชื่อถือได้ว่าลูกเข้าไปอยู่ในอุปสรรคน้ำ หากขาดพยานหลักฐาน จึงต้องถือว่าลูกนั้นเป็นลูกหาย และต้องใช้กฎข้อ 27
ถ้าลูกอยู่ในอุปสรรคน้ำ หรือลูกหายในอุปสรรคน้ำ (ไม่ว่าลูกอยู่ในน้ำหรือไม่) ภายใต้การปรับโทษหนึ่งแต้ม และผู้เล่นอาจจะ
- เล่นลูกใกล้เท่าที่เป็นไปได้จากจุดที่ใกล้ที่สุดจากจุดเดิมที่เล่นลูกไปครั้งสุดท้าย ( ดูกฎข้อ 20-5) หรือ
- ดรอปลูกหลังน้ำ โดยเล็งตรงขอบสุดท้ายของอุปสรรคที่ลูกเดิมข้ามไปตกน้ำไปยังหลุม ถอยหลังไปไกลเท่าใดก็ได้หลังอุปสรรคน้ำแล้วอาจดรอปลูกในแนวนี้ หรือ
- มีทางเลือกเพิ่มเติมในกรณีลูกข้ามขอบอุปสรรคน้ำด้านข้างเท่านั้น โดยดรอปลูกนอกอุปสรรคน้ำภายในสองช่วงไม้กอล์ฟ ไม่ใกล้หลุมเข้าไปมากกว่า (1) จุดที่ลูกเดิมข้ามขอบของอุปสรรคน้ำครั้งสุดท้าย หรือ (2) จุดที่ขอบของฝั่งตรงข้ามของอุปสรรคน้ำที่มีระยะทางจากหลุมเท่ากัน ผู้เล่นอาจจะทำความสะอาดลูกได้เมื่อหยิบขึ้น
( ลูกเคลื่อนที่ในน้ำที่เป็นอุปสรรคน้ำ - ดูกฎข้อ 14-6)
กฎข้อที่ 27 ลูกหาย หรือลูกออกนอกเขตสนาม และลูกสำรอง
ลูกหาย
- หมายถึง ค้นหาลูกไม่พบ หรือไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นลูกของตนโดยผู้เล่นเองภายในเวลาห้านาที หลังจากแคดดี้ของผู้เล่น ฝ่ายของผู้เล่น หรือแคดดี้ของฝ่ายผู้เล่น ได้เริ่มต้นค้นหาลูก หรือ
- ผู้เล่นได้ใช้อีกลูกหนึ่งมาเล่นแทนตามกฎข้อบังคับ และผู้เล่นอาจจะไม่ได้ไปค้นหาลูกเดิม หรือ
- ผู้เล่นตีลูกสำรองจากแหล่งที่คาดว่าลูกเดิมหยุดอยู่ในที่นั้น หรือจากจุดที่ใกล้หลุมเข้าไปมากกว่า แหล่งดังกล่าว ลูกสำรองนั้นจะกลายเป็นลูกที่อยู่ในการเล่น เวลาที่ใช้ในการเล่นลูกผิดจะไม่นับรวมเข้าไปกับเวลาห้านาทีที่อนุญาตให้ค้นหาลูก
เขตนอกสนาม (Out of Bounds)
- หมายถึง พื้นที่ที่อยู่เลยเขตของสนาม หรือเลยส่วนอื่นใดของสนามที่คณะกรรมการทำเครื่องหมายไว้ เมื่อเขตนอกสนามถูกกำหนดโดยการอ้างอิงเสาหลัก หรือรั้ว หรือเมื่อเลยเสาหลัก หรือรั้วออกไป เส้นเขตแนวนอกสนามจะกำหนดโดยการวัดที่จุดด้านในที่สุดบนพื้นระหว่างเสาหลัก หรือแนวรั้วของสนาม โดยไม่รวมส่วนที่พยุงเสารั้วนั้น ๆ ให้ถือว่าวัสดุที่ใช้กำหนดแนวนอกสนาม เช่น กำแพง รั้ว เสาหลัก หรือราวรั้ว เป็นสิ่งติดตรึงอยู่กับที่ และไม่ใช่เป็นสิ่งกีดขวาง เมื่อเขตนอกสนามกำหนดโดยเส้นบนพื้น ให้ถือว่าเส้นนั้นอยู่นอกสนามด้วย เส้นระบุเขตนอกสนามขยายต่อเนื่องในแนวตั้งฉากกับพื้นทั้งขึ้นและลง ให้ถือว่าลูกออกนอกเขตสนาม เมื่อทุกส่วนของลูกอยู่นอกเขตสนาม ผู้เล่นอาจจะยืนอยู่นอกสนาม เพื่อเล่นลูกที่อยู่ในสนามได้
ลูกสำรอง
- หมายถึง ลูกที่ใช้เล่นภายใต้กฎข้อ 27-2 สำหรับลูกที่อาจจะหายนอกอุปสรรคน้ำ หรืออาจจะออกนอกสนาม
27-1 ลูกหาย หรือลูกออกนอกสนาม
- ถ้าลูกหาย หรือลูกออกนอกสนาม ผู้เล่นจะต้องเล่นจากจุดที่ใกล้ที่สุดจากจุดเดิมที่เล่นลูกไปครั้งสุดท้าย (ดูกฎข้อ 20-5) โดยถูกปรับโทษหนึ่งแต้ม
ข้อยกเว้น
- 1. ถ้ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่เชื่อได้ว่าลูกเดิมหายในอุปสรรคน้ำ ผู้เล่นจะต้องปฏิบัติตามกฎข้อ 26-1
- 2. ถ้ามีพยานหลักฐานเพียงพอที่เชื่อได้ว่าลูกเดิมหายในสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนย้ายไม่ได้ ( กฎข้อ 24-2 ค) หรือหายในสภาพพื้นที่ผิดปกติ (กฎข้อ 25-1 ค) ผู้เล่นอาจจะปฏิบัติตามกฎข้อบังคับที่สามารถนำมาใช้ได้
กฎข้อที่ 28 ลูกที่ไม่สามารถเล่นได้
- ผู้เล่นอาจประกาศว่าลูกของตนเป็นลูกเล่นที่ไม่สามารถเล่นได้ในที่ใด ๆ ในสนาม ยกเว้น เมื่อลูกอยู่ในอุปสรรคน้ำ ผู้เล่นแต่ผู้เดียวเท่านั้นคือผู้ที่ตัดสินว่าลูกของตนนั้นเป็นลูกที่ไม่สามารถเล่นได้หรือไม่
ถ้าผู้เล่นถือว่าลูกของตนเป็นลูกที่ไม่สามารถเล่นได้ ภายใต้การปรับโทษหนึ่งแต้ม และผู้เล่นจะต้อง
* ก. เล่นจากจุดที่ใกล้ที่สุดจากจุดเดิมที่เล่นลูกไปครั้งสุดท้าย (ดูกฎข้อ 20-5) หรือ
* ข. ดรอปลูกภายในสองช่วงไม้กอล์ฟจากจุดที่ลูกเดิมหยุดอยู่ และไม่ใกล้หลุมเข้าไป หรือ
* ค. ดรอปลูกด้านหลังลูกที่หยุดอยู่ โดยเล็งด้านหลังลูกเป็นแนวตรงไปสู่หลุม จะถอยหลังไปไกลเท่าใดก็ได้
ถ้าลูกที่ไม่สามารถเล่นได้อยู่ภายในบังเกอร์ ผู้เล่นอาจปฏิบัติตาม ข้อ ก. หรือข้อ ข. หรือข้อ ค. ถ้าผู้เล่นเลือกที่จะปฏิบัติตามข้อ ข. หรือ ข้อ ค. ผู้เล่นต้องดรอปลูกในบังเกอร์ ผู้เล่นอาจจะทำความสะอาดลูกได้เมื่อ หยิบขึ้นมาภายใต้กฎข้อนี้
การปรับโทษสำหรับการละเมิดกฎ
* การเล่นแบบแมทช์เพลย์ - ปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
* การเล่นแบบสโตรคเพลย์ ปรับสองแต้ม
-
กฎข้อที่ 29 การเล่นประเภททรีซั่มส์ และโฟร์ซั่มส
การเล่นประเภททรีซั่มส์
- หมายถึง การเล่นแบบแมทช์เพลย์ ระหว่างฝ่ายผู้เล่นหนึ่งคนกับฝ่ายผู้เล่นสองคน แต่ละฝ่ายใช้ลูกฝ่ายละ หนึ่งลูก
การเล่นประเภทโฟร์ซั่มส์
- หมายถึง การเล่นแบบแมทช์เพลย์ ระหว่างผู้เล่นสองฝ่าย ๆ ละสองคน แต่ละฝ่ายใช้ลูกฝ่ายละหนึ่งลูก
29-1 ทั่ว ๆ ไป
- ระหว่างรอบที่กำหนด ในการเล่นประเภททรีซั่มส์ และโฟร์ซั่มส์ พาร์ทเน่อร์จะต้องสลับกันตีคนละครั้ง จากแท่นตั้งที และสลับกันตีระหว่างการเล่นในแต่ละหลุม แต้มปรับโทษต่าง ๆ ไม่มีผลต่อลำดับการเล่น
29-2 การเล่นแบบแมทช์เพลย์
- ถ้าผู้เล่นได้เล่น เมื่อพาร์ทเน่อร์อยู่ในลำดับที่ควรได้เล่น ฝ่ายของผู้เล่นจะต้องถูกปรับเป็นแพ้ในหลุมนั้น
29-3 การเล่นแบบสโตรคเพลย์
- ถ้าพาร์ทเน่อร์ตีลูกครั้งเดียวหรือหลายครั้งในการเล่นผิดลำดับ จะต้องยกเลิกการตีครั้งเดียวหรือหลายครั้ง ฝ่ายนั้นจะต้องถูกปรับสองแต้ม ฝ่ายนั้นจะต้องแก้ไขความผิดพลาด โดยเล่นจากจุดที่ใกล้ที่สุด จากจุดเดิมที่เล่นผิดลำดับในครั้งแรก (ดูกฎข้อ 20-5) ให้ถูกลำดับการเล่น ถ้าฝ่ายนั้นตีลูกจากแท่นตั้งทีของหลุมต่อไป โดยไม่แก้ไขความผิดพลาดให้ถูกต้องก่อน หรือในกรณีของหลุมสุดท้าย ไม่ประกาศเจตนาแก้ไข ความผิดพลาดก่อนลงจากกรีน ฝ่ายนั้นจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน
กฎข้อที่ 30 การเล่นแบบแมทช์เพลย์ประเภททรีบอล เบสท์บอลและโฟร์บอล
ทรีบอล
- หมายถึง การเล่นแบบแมทช์เพลย์ ระหว่างสามคน แต่ละคนเล่นลูกของตน และเล่นคนละสองแมทช์
เบสท์บอล
- หมายถึง การเล่นระหว่างผู้เล่นหนึ่งคน กับผู้เล่นสองคนโดยนับลูกที่ดีกว่า หรือกับผู้เล่นสามคน โดยนับลูกที่ดีที่สุด
โฟร์บอล
- หมายถึง การเล่นระหว่างผู้เล่นฝ่ายละสองคน และนับลูกที่ดีกว่าของฝ่ายหนึ่งกับอีกฝ่ายหนึ่ง
30-1 การใช้กฎข้อบังคับกีฬากอล์ฟ
- จะต้องนำกฎข้อบังคับกีฬากอล์ฟมาใช้ในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ประเภททรีบอล เบสท์บอล และโฟร์บอล เท่าที่ไม่มีความแตกต่างไปจากกฎข้อบังคับพิเศษต่อไปนี้
30-2 การเล่นแบบแมทช์เพลย์ประเภททรีบอล
ก. ลูกที่หยุดอยู่เคลื่อนที่โดยฝ่ายตรงข้าม
- ยกเว้นกรณีกฎข้อบังคับกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ถ้าฝ่ายตรงข้าม หรือ แคดดี้ หรืออุปกรณ์ของฝ่ายตรงข้าม ไปสัมผัส หรือทำให้ลูกของผู้เล่นเคลื่อนที่นอกเหนือจากระหว่างการค้นหาลูก จะต้องปรับโทษฝ่ายตรงข้ามคนนั้นหนึ่งแต้มในแมทช์ให้แก่ผู้เล่น แต่ไม่มีผลกับฝ่ายตรงข้ามคนอื่น
ข. ฝ่ายตรงข้ามทำให้ลูกเฉไป หรือหยุดโดยบังเอิญ
- ถ้าฝ่ายตรงข้าม หรือแคดดี้ หรืออุปกรณ์ของฝ่ายตรงข้ามทำให้ลูกของผู้เล่นเฉไป หรือหยุดโดยบังเอิญ จะไม่ถูกปรับโทษในการเล่นแมทช์กับฝ่ายตรงข้ามคนนั้น ผู้เล่นอาจจะเล่นลูกตามสภาพที่ลูกหยุดอยู่ หรือก่อนที่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดจะตีลูก ผู้เล่นอาจยกเลิกแต้มนั้นและเล่นใหม่จากจุดที่ใกล้ที่สุดจากจุดเดิมที่เล่นลูกไปครั้งสุดท้าย ( ดูกฎข้อ 20-5) สำหรับการเล่นแมทช์กับฝ่ายตรงข้ามคนอื่น จะต้องเล่นตามสภาพที่ลูกหยุดอยู่
ข้อยกเว้น - ลูกกระทบบุคคลที่เฝ้าคันธง - ดูกฎข้อ 17-3 ข (ฝ่ายตรงข้ามเจตนาทำให้ลูกเฉไป หรือ หยุด - ดูกฎข้อ 1-2)
กฎข้อที่ 31 การเล่นประเภทโฟร์บอลแบบสโตรคเพลย์
ในการเล่นแบบสโตรคเพลย์ ประเภทโฟร์บอลที่มีผู้เล่นสองคนเป็นพาร์ทเน่อร์ แต่ละคนเล่นลูกของตน โดยใช้แต้มที่ต่ำกว่าเป็นแต้มของหลุมนั้น ถ้าผู้เล่นหนึ่งคนไม่เล่นจนจบในหลุมใดหลุมหนึ่ง จะไม่มีการปรับโทษ
31-1 การใช้กฎข้อบังคับ
- จะต้องนำกฎข้อบังคับกีฬากอล์ฟมาใช้ในการเล่นแบบสโตรคเพลย์ ประเภทโฟร์บอล เท่าที่ไม่มีความแตกต่างไปจากกฎข้อบังคับพิเศษต่อไปนี้
31-2 การเป็นตัวแทนของฝ่าย
- พาร์ทเน่อร์คนใดคนหนึ่งอาจจะเป็นตัวแทนของฝ่าย เป็นส่วนทั้งหมดหรือบางส่วนในการเล่นรอบที่กำหนด พาร์ทเน่อร์ของทั้งสองฝ่ายไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่นั้น ผู้เข้าแข่งขันที่ไม่อยู่ในที่นั้นอาจเข้ามาร่วมเล่นกับพาร์ทเน่อร์ระหว่างการเริ่มเล่นในหลุมต่อไป แต่ไม่ใช่ระหว่างการเล่นในหลุมใดหลุมหนึ่ง
31-3 จำนวนไม้สูงสุดสิบสี่อัน
- หากพาร์ทเน่อร์คนใดคนหนึ่งละเมิด ฝ่ายจะต้องถูกปรับโทษตามกำข้อ 4-4
31-4 การนับแต้ม
- มาร์คเกอร์ต้องจดแต้มจริงของแต่ละหลุมเท่านั้น ไม่ว่าจะนับแต้มใดของพาร์ทเน่อร์ การนับแต้มจริง จะต้องระบุเฉพาะแต่ละแต้มให้เห็นชัดเจน มิฉะนั้น ฝ่ายนั้นจะต้องถูกตัดสิทธิ์จากการแข่งขัน พาร์ทเน่อร์เพียงคนเดียวเท่านั้นจำเป็นต้องรับผิดชอบในการปฏิบัติตามกฎข้อ 6-6 ข ( แต้มผิด ดูกฎข้อ 31-7 ก)
31-5 ลำดับการเล่น
- ลำดับการเล่นในฝ่ายเดียวกันอาจจะเล่นตามลำดับที่ฝ่ายนั้นพิจารณาว่าดีที่สุดได้
31-6 ลูกผิด
- ยกเว้นในอุปสรรค ถ้าผู้เข้าแข่งขันเล่นลูกผิดด้วยการตีหนึ่งครั้งหรือหลายครั้ง ผู้เข้าแข่งขันจะต้องถูกปรับโทษสองแต้มโดยรวมเข้าไปในแต้มของหลุมนั้น แล้วจะต้องเล่นลูกที่ถูกต้อง แต่ไม่มีการปรับโทษ ต่อพาร์ทเน่อร์ แม้ว่าลูกที่เล่นผิดเป็นลูกของพาร์ทเน่อร์ ถ้าลูกที่เล่นผิดเป็นของผู้เข้าแข่งขันอีกคนหนึ่ง เจ้าของลูกจะต้องวางลูกตรงจุดที่ได้มีการเล่นผิดในครั้งแรก
กฎข้อที่ 32 การแข่งขันประเภท โบกี้ พาร์ สเตเบิ้ลฟอร์ด
32-1 เงื่อนไขต่าง ๆ
- การแข่งขันประเภท โบกี้ พาร์ สเตเบิ้ลฟอร์ด เป็นรูปแบบการแข่งขันแบบสโตรคเพลย์ และเป็นการเล่นกับแต้มที่กำหนดไว้สำหรับแต่ละหลุม ให้นำกฎขอบังคับในการแบบสโตรคเพลย์มาใช้ เท่าที่ไม่แตกต่างไปกับกฎข้อบังคับพิเศษต่อไปนี้
ก. การแข่งขัน แบบโบกี้ และพาร์
- การคิดผลสำหรับการแข่งขันแบบโบกี้ และพาร์ เหมืนอการเล่นแบบแมทช์เพลย์ หลุมใดที่ผู้เข้าแข่งขันไม่ ส่งผลกลับมา จะต้องถือว่าแพ้ในหลุมนั้น
* ผู้ชนะคือผู้เข้าแข่งขันที่มีผลสรุปจำนวนหลุมที่ชนะรวมกันมากที่สุด
* มาร์คเกอร์ เป็นผู้รับผิดชอบในการจดจำนวนตีที่เป็นจริงสำหรับ แต่ละหลุมที่ผู้เข้าแข่งขันทำแต้มสุทธิได้เท่ากับ หรือน้อยกว่าแต้มที่กำหนดไว้
หมายเหตุ
- 1. จำนวนไม้สูงสุด 14 อัน - การปรับโทษตามแบบแมทช์เพลย์ - ดูกฎข้อ 4-4
- 2. ช้าเกินควร และการเล่นช้า (กฎข้อ 6-7) - จะต้องปรับเปลี่ยนแต้ม ของผู้เข้าแข่งขันด้วยการตัดออกไปหนึ่งหลุมจากผลรวมทั้งหมด
ข. การแข่งขันแบบสเตเบิ้ลฟอร์ด
- วิธีคิดผลในการแข่งขันแบบสเตเบิ้ลฟอร์ด ทำโดยการให้คะแนนสัมพันธ์กับแต้มของแต่ละหลุมที่ กำหนดไว้ดังนี้
- ทำแต้มหลุมนั้นได้ คะแนน -
* มากกว่าหนึ่งแต้มขึ้นไปจากแต้มที่กำหนดหรือไม่ส่งแต้ม............... 0
* หนึ่งแต้มมากกว่าแต้มที่กำหนด................................................. 1
* เท่ากับแต้มที่กำหนด................................................................ 2
* หนึ่งแต้มน้อยกว่าแต้มที่กำหนด................................................. 3
* สองแต้มน้อยกว่าแต้มที่กำหนด................................................. 4
* สามแต้มน้อยกว่าแต้มที่กำหนด................................................. 5
* สี่แต้มน้อยกว่าแต้มที่กำหนด..................................................... 6
ผู้ชนะ คือ ผู้เข้าแข่งขันที่ทำคะแนนรวมสูงสุด
มาร์คเกอร ์จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบในการจดจำนวนการตีที่เป็นแต้มจริงของแต่ละหลุม ที่แต้มสุทธิของ ผู้เข้าแข่งขันนั้นสมควรที่จะได้หนึ่งคะแนน หรือมากกว่าเท่านั้น
หมายเหตุ
- 1. จำนวนไม้สูงสุด 14 อัน ( กฎข้อ 4-4) - ให้นำการปรับโทษมาใช้ดังนี้ จากคะแนนรวมทั้งหมดของรอบ ที่เล่น ให้ตัดออกไปสองคะแนนของแต่ละหลุมที่เกิดการละเมิดกฎ การหักคะแนนสูงสุด 4 คะแนนต่อรอบ
- 2. ช้าเกินควร และการเล่นช้า (กฎข้อ 6-7) - จะต้องปรับเปลี่ยนคะแนนของผู้เข้าแข่งขันด้วยการตัดออกไปสองคะแนน จากคะแนนรวมทั้งหมดที่ทำได้ของรอบนั้น
กฎข้อที่ 33 คณะกรรมการ
33-1 เงื่อนไขต่าง ๆ และการงดใช้กฎข้อบังคับ
- คณะกรรมการจะต้องกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ที่จะนำไปใช้ในการแข่งขัน คณะกรรมการไม่มีอำนาจงดใช้ กฎข้อบังคับกีฬากอล์ฟข้อใดข้อหนึ่ง กฎข้อบังคับที่ใช้ครอบคลุมเฉพาะในการเล่นแบบสโตรคเพลย์ มีเนื้อหาแตกต่างจากกฎข้อบังคับที่ใช้ครอบคลุมในการเล่นแบบแมทช์เพลย์เป็นอย่างมาก การผนวกการเล่นทั้งสองแบบจึงไม่สามารถกระทำได้ และไม่อนุญาตให้ทำ คณะกรรมการจะต้องไม่รับผลจากแมทช์ที่เล่น และ แต้มต่าง ๆ ที่ส่งกลับมาในสภาพการณ์เช่นนี้ ในการเล่นแบบสโตรคเพลย์ คณะกรรมการอาจจะกำหนด ขอบเขตหน้าที่ของผู้ตัดสิน
33-2 สนาม
ก. เขตสนาม และขอบเขตต่าง ๆ
- คณะกรรมการจะต้องกำหนดขอบเขตต่อไปนี้ให้ละเอียด
* (1) สนาม และเขตนอกสนาม
* (2) เขตอุปสรรคน้ำ และอุปสรรคน้ำด้านข้าง
* (3) พื้นที่ซ่อม และ
* (4) สิ่งกีดขวาง และส่วนต่าง ๆ ที่นำมารวมเป็นส่วนเดียวกับสนาม
ข. หลุมใหม่
- ควรเจาะหลุมใหม่ในวันเริ่มทำการแข่งขันแบบสโตรคเพลย์ และในเวลาอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการพิจารณาว่าจำเป็น แต่มีเงื่อนไขว่า ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดที่เล่นในรอบเดียวกันนั้น ต้องเล่นตำแหน่ง หลุมเดียวกัน
ข้อยกเว้น
- หากไม่สามารถที่จะซ่อมแซมหลุมให้เหมือนสภาพเดิมและสอดคล้องกับนิยามศัพท์ คณะกรรมการอาจจะเจาะหลุมใหม่ใกล้กับหลุมเดิมที่คล้ายคลึงในบริเวณเดียวกัน
หมายเหตุ
- เมื่อมีการเล่นรอบเดี่ยวที่จะต้องเล่นมากกว่าหนึ่งวัน คณะกรรมการอาจจะจัดทำเงื่อนไขการแข่งขัน ให้หลุม และแท่นตั้งทีอยู่ในตำแหน่งที่แตกต่างกันไปในแต่ละวันทำการแข่งขัน แต่มีเงื่อนไขว่า ผู้เข้าแข่งขันทั้งหมดที่เล่นในวันนั้น ได้เล่นแต่ละหลุม และแต่ละแท่นตั้งทีตำแหน่งเดียวกัน
ค. สถานที่ฝึกซ้อม
- ในสนามที่ไม่มีสถานที่ฝึกซ้อมนอกพื้นที่ของสนามที่ใช้ทำการแข่งขันถ้าสามารถทำได้ คณะกรรมการควรกำหนดพื้นที่ที่ผู้เล่นอาจใช้ฝึกซ้อมในวันที่ทำการแข่งขัน ส่วนในวันที่ทำการแข่งขันแบบสโตรคเพลย์ โดยปกติแล้ว คณะกรรมการไม่ควรอนุญาตให้ทำการฝึกซ้อมบนกรีน หรือในอุปสรรคของสนามที่ใช้ทำการแข่งขัน
ง. สภาพสนามที่ไม่สามารถใช้เล่นได้
- ถ้าคณะกรรมการ หรือผู้แทนที่ได้รับการแต่งตั้ง พิจารณาด้วยเหตุผปลใดก็ตาม แล้วเห็นว่าสนามไม่อยู่ในสภาพที่สามารถใช้เล่นได้ หรือมีสภาพที่ไม่เหมาะต่อการแข่งขันเป็นอย่างยิ่ง คณะกรรมการอาจสั่งพักการแข่งขันแบบแมทช์เพลย์ หรือการเล่นแบบสโตรคเพลย์ชั่วคราว หรือประกาศยกเลิกแต้มทั้งหมดในการเล่นแบบสโตรคเพลย์และให้การเล่นในรอบนั้นเป็นโมฆะ และลบล้างการเล่นรอบนั้น ๆ และการปรับโทษใดๆ ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในรอบนั้นเป็นอันยกเลิกไป (ขั้นตอนปฏิบัติในการหยุดเล่น - ดูกฎข้อ 6-8)
กฎข้อที่ 34 การขัดแย้ง และการตัดสิน
34-1 การอ้างสิทธิ์ และการปรับโทษ
ก. การเล่นแบบแมทช์เพลย์
- ในการเล่นแบบแมทช์เพลย์ เพื่อให้มีการปรับเปลี่ยนสถานะของแมทช์ ถ้ามีการอ้างสิทธิ์กับคณะกรรมการภายใต้กฎข้อ 2-5 และถ้าจำเป็น ก็ให้ดำเนิการตัดสินโดยเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ถ้าการอ้างสิทธิ์ไม่ได้กระทำภายในเวลาที่กำหนดไว้ในกฎข้อ 2-5 การอ้างสิทธิ์จะต้องไม่ได้รับการพิจารณา ยกเว้น ถ้ามีข้อเท็จจริงว่า ผู้เล่นที่อ้างสิทธิ์ไม่ได้ทราบมาก่อน และได้รับข้อมูลผิดพลาดจากฝ่ายตรงข้าม (กฎข้อ 6-2 และ กฎข้อ 9) ในกรณีใดก็ตาม หลังจากผลของการเล่นแบบแมทช์เพลย์ได้ประกาศออกไปเป็นทางการแล้ว การอ้างสิทธิ์ภายหลังจะต้องไม่ได้รับการพิจารณา นอกจากคณะกรรมการได้รับการชี้แจงจงเป็นที่พอใจว่าฝ่ายตรงข้ามได้ทราบมาก่อนว่าได้บอกข้อมูลผิดพลาด ไม่จำกัดเวลาในการพิจารณาเพื่อใช้การปรับโทษการตัดสิทธิ์จากการแข่งขันสำหรับการละเมิดกฎข้อ 1-3
ข. การเล่นแบบสโตรคเพลย์
- ในการเล่นแบบสโตรคเพลย์ ยกเว้นข้อกำหนดไว้ข้างล่าง การปรับโทษจะต้องไม่ถูกลบล้าง เปลี่ยนแปลง หรือกำหนดขึ้นอีกภายหลังจากการแข่งได้สิ้นสุดลงแล้ว ให้ถือว่าการแข่งขันได้สิ้นสุดลงเมื่อได้ประกาศผลการแข่งขันออกมาอย่างเป็นทางการ หรือในการแข่งขันแบบสโตรคเพลย์เพื่อคัดเลือกเข้าไปแข่งขันต่อในการแข่งขันแบบแมทช์เพลย์ ให้สิ้นสุดลงเมื่อผู้เล่นนั้น ๆ ได้ตีจากแท่นตั้งทีของแมทช์แรกไปแล้ว
ข้อยกเว้น
- หลังจากการแข่งขันได้สิ้นสุดลงแล้วการปรับโทษในการตัดสิทธิ์จากการแข่งขันจะต้องถูกบังคับใช้อีก ถ้าผู้เข้าแข่งขัน
(1) ละเมิดกฎข้อ 1-3 ( การสมยอมเพื่อละเว้นการใช้กฎข้อบังคับ) หรือ
(2) ส่งสกอร์การ์ดที่ได้จดแฮนดี้แคปที่ผู้เข้าแข่งขันทราบก่อนการแข่งขันสิ้นสุดลงว่าสูงกว่า ที่ควรได้รับตามสิทธิ์ และส่งผลกระทบต่อจำนวนแต้มที่ได้รับการต่อ (กฎข้อ 6-2 ข) หรือ
(3) ส่งสกอร์การ์ดที่มีแต้มของหลุมหนึ่งหลุมใดต่ำกว่าที่ทำได้จริง (กฎข้อ 6-6 ง) จะด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตาม นอกเหนือไปจากการไม่รวมแต้มปรับโทษที่ผู้เข้าแข่งขันไม่ได้ล่วงรู้ว่าได้ถูกปรับโทษก่อนการแข่งขัน สิ้นสุดลง
(4) ทราบก่อนการแข่งขันสิ้นสุดลงว่า ได้ละเมิดกฎข้อบังคับอื่นใดที่ด้ระบุการปรับโทษด้วยการตัดสิทธิ่จากการแข่งขัน
34-2 การตัดสินของผู้ตัดสิน
- ถ้าคณะกรรมการได้แต่งตั้งผู้ตัดสิน จะต้องถือว่าการตัดสินของผู้ตัดสินเป็นที่สิ้นสุด
34-3 การตัดสินของคณะกรรมการ
- ในกรณีที่ไม่มีผู้ตัดสิน จะต้องส่งข้อขัดแย้ง หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎข้อบังคับไปยังคณะกรรมการที่จะต้องถือว่าการตัดสิน ของคณะกรรมการเป็นที่สิ้นสุด ถ้าคณะกรรมการไม่สามารถตัดสินได้ จะต้องส่งข้อขัดแย้ง หรือข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎข้อบังคับ ไปยังคณะกรรมการกฎข้อบังคับของเดอะ รอยัล แอนด์ เอนเชี่ยน กอล์ฟคลับ ออฟ เซนต์ แอนดรูวส์ ซึ่งจะต้องถือว่าเป็นการตัดสินเป็นที่สิ้นสุด ถ้าข้อขัดแย้ง หรือข้อสงสัยไม่ได้ส่งไปยัง คณะกรรมการกฎข้อบังคับ ผู้เล่นหรือผู้เล่นมากกว่าหนึ่งคนมีสิทธิ์ที่จะส่ง ถ้อยแถลง ที่ได้ตกลงกันผ่านทางเลขาธิการของสโมสร แล้วส่งต่อไปยังคณะกรรมการ กฎข้อบังคับเพื่อขอคำวินิจฉัย คำตอบก็จะถูกส่งกลับมาที่เลขาธิการสโมสร ที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมการกฎข้อบังคับจะ ไม่ให้คำวินิจฉัยใด ๆ ต่อคำถามที่ส่งไป ถ้าการแข่งขัน ไม่ได้จัดขึ้นตามกฎข้อบังคับกีฬากอล์ฟ
|